วันอังคาร 31 มีนาคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

Pi Daily : หลากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นในสงคราม แต่เน้นจับตาที่น้ำมันดิบซึ่งพบว่าเช้านี้ Brent +2% ทดสอบ 109.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล

10

มิติหุ้น – Pi Daily : หลากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นในสงคราม แต่เน้นจับตาที่น้ำมันดิบซึ่งพบว่าเช้านี้ Brent +2% ทดสอบ 109.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล อาจดีระยะสั้นกับพลังงาน ส่วนปิโตรเคมีได้แรงหนุนเช่นกันเพราะเกิดการขาดแคลน เงินบาทยังคงทยอยอ่อนค่ากดดันกระแสเงินทุนต่างชาติ เช้านี้เอเชียอาการหนักต่อเนื่อง Nikkei -2.1% Kospi -4% ยังไม่เร่งร้อนเข้าสะสม ระยะสั้นเน้นที่พลังงาน ปิโตรเคมี

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 49.5 จุด (+0.1%) ขณะที่ S&P500 ปิดแดนลบเนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับการยืดเยื้อในตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.25% หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนถล่มอิสราเอลกังวลว่าจะบานปลาย

เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯนักลงทุนรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งทรัมป์ได้ออกมาระบุว่ากำลังอยู่ในช่วงเจรจาอย่างจริงจังขั้นสุดกับระบอบการปกครองใหม่ สหรัฐฯสร้างความคืบหน้าได้อย่างยอดเยี่ยมแต่หากมีอะไรก็ตามที่ทำให้ตกลงกันไม่ได้พร้อมกับ HORMUZ หากไม่เปิดทำการ ฝั่งสหรัฐฯจะทำลายทุกอย่างทั้งโรงไฟฟ้า บ่อน้ำมัน เกาะคาร์ก แต่ถึงอย่างนั้นฝั่งอิหร่านก็ดูจะไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร

ขณะเดียวกันเมื่อคืนประธาน FED ได้ออกมาแถลงใน Harvard ซึ่งก็ยอมรับว่าราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะกดดันเงินเฟ้อทั่วไปในระยะสั้นให้สูงขึ้น แต่ก็เชื่อว่าเป็นภาวะ Supply Shock ที่เชื่อว่ามาเร็วไปเร็ว เครื่องมือทางการเงินของ FED เช่นการขึ้นดอกเบี้ยไม่สามารถจัดการได้โดยตรง FED จึงเน้น Wait & See มากกว่า ทำให้ US Bond Yield กลับมาปรับลง แต่อย่างไรก็ตามกับตลาดหุ้นดูจะไม่ได้ให้น้ำหนักส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะราคาน้ำมันดิบ Brent

เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นมาที่ 109.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล (+0.6%) สะท้อนถึงปัจจัยสงครามที่ยังคงตึงตัวในมุมมองนักลงทุน หากยังยืนระดับเช่นนี้ก็อาจต้องพร้อมรับกับราคาสินค้าที่ทยอยปรับขึ้น ความเห็นล่าสุดจาก CME FED Watch ประเมิน FED คงดอกเบี้ยยาวและจะไปลดอีกครั้งในช่วงปลายปี 27

สำหรับปัจจัยในประเทศรัฐบาลทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่าง Diesel (+1.8 บาท / ลิตร) ราคาน้ำมัน E20 (+1 บาท / ลิตร) เชื่อว่าหลังจากนี้ผู้ประกอบการจะทยอยส่งผ่านต้นทุนออกไปผ่านราคาสินค้า แต่จะกดดันเศรษฐกิจเพราะรายได้ผู้บริโภคเชื่อว่าเติบโตจำกัดตามทิศทางเศรษฐกิจ มองกลุ่มเกี่ยวข้องกับการบริโภค สินค้าฟุ่มเฟือย ท่องเที่ยว (รับแรงกดดัน)

ปัจจัยติดตามคืนนี้ได้แก่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตำแหน่งเปิดรับสมัครงานของสหรัฐฯ Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.89 ล้านตำแหน่งและ 87.8 ตามลำดับ

วันนี้ประเมิน SET INDEX ยังเสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1430 – 1460 อาจได้แรงหนุนบ้างจากกลุ่มปิโตรเคมี พลังงาน ตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นพร้อมกับส่วนต่างปิโตรเคมีที่สูงขึ้นเพราะเกิดการขาดแคลน แต่กลุ่ม Domestic Play จะรับผลกระทบ ส่วนเช้านี้ Nikkei -0.9% Kospi -4.1% มองเป็นแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อ SET ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่เร่งร้อนเข้าลงทุน ส่วนระยะสั้นรับความเสี่ยงสูงเน้นที่ พลังงาน (PTTEP) สื่อสาร (ADVANC) สินค้าโภคภัณฑ์ (CPF) ค้าปลีกที่เน้นสินค้าจำเป็น (CPAXT CPALL)

หุ้นแนะนำ

CPF (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 24.70 บาท)

เป็นธุรกิจที่ได้รับแรงกดดันจากปัญหาสงครามไม่มากนักเนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องใช้บริโภค ขณะที่รายได้จากตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของรายได้รวม

KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท)

งบดุลแข็งแกร่งจากที่มี Coverage ratio สูง 230% และเงินกองทุนขั้นที่ 1 ราว 20% สิ้นปี 2025 ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการ ส่งผลให้ธนาคารสามารถผ่อนคลายสำรองหนี้ฯ

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon