วันพุธ 1 เมษายน 2026
หน้าแรก ทองคำ-ฟิวเจอร์

ฮั่วเซ่งเฮง : 1 เดือนของสงครามอิหร่าน ทองลง 14% 1 เดือนต่อจากนี้ ทองจะไปทางไหน

12

1 เดือนของสงครามอิหร่าน ตลาดการเงินผันผวนสุด

สงครามอิหร่านได้สร้างความผันผวนอย่างรุนแรงต่อระบบการเงินโลก ทำให้สภาพคล่องในตลาดสำคัญลดลงและต้นทุนการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยไม่มีสินทรัพย์หลักใดรอดพ้นจากแรงกระทบ ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทองคำ หรือค่าเงิน ยกเว้นน้ำมัน เงินดอลลาร์ ขณะเดียวกันกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในยุโรปซึ่งมีบทบาทสำคัญในตลาดพันธบัตรได้เร่งปิดสถานะการลงทุนจำนวนมาก ทำให้ความผันผวนในตลาดเพิ่มขึ้น ผู้ดูแลสภาพคล่องจึงลดขนาดการซื้อขายและขยายส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากลดความเสี่ยงในพอร์ต ท่ามกลางความกังวลว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบเสถียรภาพของตลาดการเงินโลกหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

สงครามอิหร่านผ่านไป 1 เดือน อิหร่านใช้ Oil Supply Shock เป็นอาวุธในการทำสงคราม ทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีโครงสร้างพลังงานของประเทศในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 44% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 70% สิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางต้องกลับมาคุมเข้มดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ล่าสุดตลาดคาดเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ราคาทอง Spot ปรับลดลง 14.8% เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 2.3% สำหรับทั้งเดือนมีนาคมราคาทอง Spot ลดลง 11.5% ราคาทองไทยลดลง 6,400 บาท หรือลดลง 8.2%

ภาพประกอบ : 1 เดือนของสงครามอิหร่าน ทองลง 14% น้ำมันขึ้น 44%

ที่มา : โปรแกรม Aspen

กลุ่มหลักเทขายทองคำช่วงสงคราม

กองทุนอีทีเอฟทองคำ SPDR ขายทอง 48.63  ตันในช่วง 1 เดือนของสงคราม (สิ้นสุด 27 มีนาคม) ทั้งเดือนมีนาคมขายทอง 54.05 ตัน ซึ่งในวันที่ 4 มีนาคมเป็นวันที่ขายทองสูงสุด 18 ตัน ทำให้สัปดาห์แรกหลังสงคราม (สิ้นสุด 6 มีนาคม) เป็นสัปดาห์ที่มีการขายทองสูงสุด 28 ตันในช่วง 1 เดือนของสงคราม

ธนาคารกลางตุรกีได้ขายและทำสวอปทองราว 58 – 60 ตัน มูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ทองสำรองของประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มขายทอง 6 ตัน ในสัปดาห์สิ้นสุด 13 มีนาคม สัปดาห์ถัดมา สิ้นสุด 20 มีนาคม ลดลงอีกราว 52.4 ตัน  ซึ่งถือเป็นการลดลงของทองสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 7 ปี เพื่อช่วยพยุงค่าเงินลีราที่อ่อนค่าลงอย่างมากและลดความผันผวนของตลาด

ทรัมป์เลื่อนจาก 48 ชั่วโมง เป็น 5 วัน และขยับเป็น 10 วัน
ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม สงครามอิหร่านตึงเครียดสุด ทรัมป์ขู่จะโจมตีโครงสร้างพลังงาน โรงไฟฟ้าของอิหร่าน ถ้าอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง มีผลให้เปิดตลาดวันจันทร์ราคาทองคำปรับตัวลงแรงทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือนแตะ 4,100 ดอลลาร์ วันที่ 23 มีนาคม ทรัมป์เลื่อนการโจมตีอิหร่าน 5 วัน ถึงแม้ว่าได้มีการยื่นข้อเสนอ 15 ข้อ ให้กับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม แต่อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ ทรัมป์ต้องยอมถอยเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 มีนาคม ทรัมป์ต้องเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไป 10 วัน กำหนดเส้นตายวันที่ 6 เมษายน ถึงแม้ว่าทรัมป์เผยว่ากำลังเจรจากับอิหร่าน แต่ในระหว่างทางก็ใช้วิธีกดดันขู่อิหร่านเป็นระยะๆ ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์กำลังเผชิญทางเลือกที่ยากลำบาก หลังจากสหรัฐทำสงครามกับอิหร่านมาเป็นเวลา 1 เดือน ท่ามกลางราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นและคะแนนนิยมที่ลดลง ทางเลือกแรก คือ ทำข้อตกลงที่อาจมีข้อบกพร่องเพื่อยุติสงคราม ทางเลือกที่ 2 การเพิ่มระดับการโจมตีทางทหารอาจนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐต้องทุ่มทรัพยากรจำนวนมากทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหาร และอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองภายในประเทศของทรัมป์อย่างรุนแรง

เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกหลายทาง รวมถึงการพยายามผลักดันข้อตกลงทางการทูตเพื่อยุติสงคราม หรือการเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ผู้สนับสนุนแนวทางทางการทูตให้เหตุผลว่า การบรรลุข้อตกลงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่อาจช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคและทำให้ราคาพลังงานกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดีฝ่ายที่สนับสนุนการใช้กำลังทางทหารมองว่าการแสดงความแข็งกร้าวต่ออิหร่านเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านขยายอิทธิพลในภูมิภาคและเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสหรัฐในเวทีระหว่างประเทศ

ตลาดมีความคาดหวังอีกครั้งว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววันนี้ ล่าสุดวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ทรัมป์พร้อมที่จะยุติการโจมตีอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอยู่ มองว่าการบีบให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อาจทำให้สงครามยืดเยื้อเกินกว่ากรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ ตามที่วางไว้ หลังจากนี้สหรัฐฯ จะหันไปใช้มาตรการกดดันทางการทูตเพื่อให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ทองคำ 1 เดือนข้างหน้ากลับเป็นขาขึ้น เมื่อสงครามจบ

แนวโน้มราคาทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าทางด้านเทคนิคคาดกลับมาเป็นขาขึ้น หลังจากที่ในช่วงสงครามราคาทองคำปรับลงแรงจนลงไปต่ำสุดที่  4,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 200 วัน มีแรงซื้อกลับเข้ามาจากแนวรับดังกล่าว ขณะที่จุดต่ำสุดของราคาทองคำยกสูงขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ราคาทองคำปรับขึ้นแรงทะลุผ่านแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA 100 วันได้ แต่ต้องยืนเหนือให้ได้จะทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับขึ้นไปที่  4,800 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย  73,500 บาท) และจะมีแนวต้านสำคัญที่ 4,950-5,000 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 75,000-75,500 บาท) เป้าหมายของราคาทองคำ 1 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 5,200 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย  77,500 บาท) ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าสงครามต้องไม่ยกระดับความรุนแรงและในที่สุดจบลงได้ในอีก 1 เดือนข้างหน้า

ราคาทองคำป้าหมาย 1 เดือนข้างหน้า $5,000 / $5,200

ที่มา : โปรแกรม Aspen

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon