
มิติหุ้น – ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานทั่วโลกสืบเนื่องจากการดำเนินมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน และผลการประชุม COP301 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่สีเขียว การเพิ่มพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเพิ่มพลังงานหมุนเวียนเป็นสามเท่าภายในปี 20302 เพื่อจัดการผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของธุรกิจ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม สะท้อนความต้องการพลังงานที่มั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากปัจจัยเหล่านี้แสดงถึงความจำเป็นของพลังงานหมุนเวียนแบบครบวงจรที่ผสมผสานเทคโนโลยีพลังงานครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Energy Value Chain) ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewables) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เติบโตต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยขับเคลื่อนอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน
แม้การผลิตพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์และลมจะเติบโตต่อเนื่อง3 แต่ยังคงเผชิญความท้าทายด้านความไม่เสถียรของกระแสไฟฟ้าและความผันผวนของสภาพอากาศ หลายประเทศ อาทิ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ต่างเห็นถึงบทบาทของ BESS ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับระบบไฟฟ้าและรักษาความสม่ำเสมอของพลังงานหมุนเวียน4 อีกทั้งการนำแพลตฟอร์มซื้อขายไฟฟ้าเข้ามาใช้5 ช่วยเปิดโอกาสการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันการผสาน AI เข้ากับการทำงานของระบบพลังงาน ตั้งแต่การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์สำหรับ BESS ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าและการซื้อขายพลังงานแบบเรียลไทม์ ช่วยยกระดับระบบพลังงานที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับความผันผวนในอนาคต ทิศทางเหล่านี้ทำให้เกิดพลังงานหมุนเวียนครบวงจรที่เชื่อมโยงการผลิต การกักเก็บ และการซื้อขายเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืนและเชื่อถือได้ พร้อมสร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วน
ผลลัพธ์ของพลังงานหมุนเวียนครบวงจรที่สะท้อนคุณค่าในหลากหลายมิติ
- ภาคธุรกิจ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม ลดต้นทุน
และความผันผวนทางพลังงาน โดยเฉพาะในญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสในสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และความร่วมมือกับคู่ค้า
ที่มีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (Green Supply Chain) - นักลงทุนและคู่ค้า ได้รับประโยชน์จากพอร์ตโฟลิโอที่มีความหลากหลายและการบริหารความเสี่ยงอย่างสมดุล ซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นและให้ผลตอบแทนที่มั่นคงในตลาดที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง และพลังงานสะอาด
- ชุมชน สามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถอยู่อาศัยและดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
- ประเทศต่างๆ สนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนระดับชาติและความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาค
ในฐานะผู้ผลิตพลังงานระดับสากล บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP พร้อมรับทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลกและความต้องการพลังงานหมุนเวียนที่มีเสถียรภาพ โดยจะเดินหน้าสู่กลุ่มธุรกิจ ‘Power+’ เพื่อดำเนินธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Power Pure-play Platform) ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าไฟฟ้าครบวงจร ทั้งพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่(BESS) และการซื้อขายพลังงาน ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน อีกทั้งขยายพอร์ตโฟลิโอในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อม BESS จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) ที่จีน โครงการ BESS เมกะเมาท์ (Megamouth) ที่สหรัฐฯ โครงการ BESS อิวาเตะ โตโนะ (Iwate Tono) และอีกหลายโครงการในญี่ปุ่น ซึ่งโครงการ BESS ทั้งสองประเทศนี้จะเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในตลาดไฟฟ้าเสรี นอกจากนี้ การยกระดับ Power+ ยังสอดรับกลยุทธ์ Energy Symphonics ของกลุ่มบ้านปูที่เร่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว รองรับการขยายตัวของ AI และ Data Center ที่ต้องการพลังงานที่เชื่อถือได้ในระดับ Utility-scale ไปพร้อมกับการสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนของกลุ่มบ้านปู
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับขาวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
























