วันพฤหัสบดี 9 เมษายน 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

ASPS ชี้ตลาดหุ้นรับข่าวดี “สหรัฐฯ-อิหร่าน” พักรบ 2 สัปดาห์ กดน้ำมันดิ่งหนัก จับตารัฐบาลใหม่ไฟเขียวลดดีเซล 2.14 บาท-คลอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ชูหุ้นค้าปลีกและท่องเที่ยวเด่น

10

มิติหุ้น – บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นรับข่าวดี “สหรัฐฯ-อิหร่าน” พักรบ 2 สัปดาห์ กดน้ำมันดิ่งหนัก จับตารัฐบาลใหม่ไฟเขียวลดดีเซล 2.14 บาท-คลอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ชูหุ้นค้าปลีกและท่องเที่ยวเด่น

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมการลงทุนว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงผ่อนคลายจากภาวะสงคราม หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง “หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์” ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT และ WTI ร่วงลงอย่างรุนแรงกว่า 10% จนหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นการปรับลงที่แรงที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 การลดลงของราคาน้ำมันได้หนุนให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดการเงิน โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นถึง 2.5% นำโดยกลุ่มเรือสำราญ (CCL +11.2%) กลุ่มการบิน (UAL +7.9%) และกลุ่มชิปหน่วยความจำ (SNDK +9.9%) อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเตือนว่าสถานการณ์ยังคงมีความเปราะบางและไม่ใช่จุดจบของความขัดแย้ง เนื่องจากอิหร่านยังมีมาตรการห้ามเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีเลบานอน ซึ่งอาจทำให้สงครามปะทุและกดดันตลาดได้อีกครั้งหากมีการละเมิดข้อตกลง ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังคงส่งสัญญาณตึงตัว (Hawkish) โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% เพื่อรอดูผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสงครามและอัตราเงินเฟ้อ

การเมืองชัดเจน หนุนตลาดหุ้นไทยแกร่งสวนกระแสโลก

สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในปี 2569 ถือว่าทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 225 จุด ล่าสุดยืนอยู่ระดับ 1,486 จุด ปัจจัยขับเคลื่อนหลักไม่ได้มาจากต่างประเทศ แต่มาจากความเชื่อมั่นในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในประเทศ ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การแถลงนโยบายของรัฐบาลในช่วงวันที่ 9-10 เมษายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก เช่น โครงการแจกเงินดิจิทัล, การลดหย่อนภาษี (E-RECEIPT), การกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการอุดหนุนค่าที่พักและการขยายฟรีวีซ่า รวมไปถึงข่าวดีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลลง 2.14 บาทต่อลิตรในทุกปั๊ม มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยชะลอเงินเฟ้อและพยุงกำลังซื้อของประชาชนได้อย่างมาก

ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไทย ชูกลยุทธ์เก็บหุ้น Domestic Play

ทิศทางดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้หนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.2% มาอยู่ที่ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยเร่งให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท และเข้าตลาดหุ้นอีก 2.7 พันล้านบาท บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เน้นหุ้นที่ฟื้นตัวแรงและได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลรวมถึงต้นทุนพลังงานที่ลดลง ได้แก่:

  1. กลุ่มขนส่ง-โลจิสติกส์: (AAV, BA, THAI, SJWD) รับอานิสงส์เต็มที่จากราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลง ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
  2. กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งและโรงแรม: (CPALL, CPAXT, CPN, ERW, MINT) ได้ประโยชน์จากต้นทุนกระจายสินค้าที่ลดลงและกำลังซื้อที่ฟื้นตัว
  3. กลุ่มเกษตรและอาหาร: (CPF, CBG, ICHI) ต้นทุนการขนส่งและการเกษตรลดลง
  4. กลุ่มเช่าซื้อ: (MTC, TIDLOR, SAWAD) ได้รับเงินหมุนเวียนจากมาตรการอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงได้อานิสงส์จากบอนด์ยีลด์ที่ลดลง

โดยให้หุ้น CPALL, GULF และ CBG เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน

ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: ฝ่ายวิจัยแนะนำ 2 ธีมเด่นสำหรับการลงทุนต่างประเทศ ได้แก่:

  1. มหกรรมฟุตบอลโลก FIFA WORLD CUP 2026 (สหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดาเป็นเจ้าภาพ): แนะนำหุ้นกลุ่มเบียร์ ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BB), เครื่องดื่ม COCA COLA (KO US), แพลตฟอร์มท่องเที่ยว EXPEDIA (EXPE US) และโรงแรม MARRIOTT (MAR US)
  2. กลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory): จากการคาดการณ์ของ TrendForce ที่ระบุว่าราคาชิป NAND จะปรับตัวขึ้นถึง 70% QoQ ในไตรมาส 2 แนะนำเก็งกำไรผ่าน DR: SNDK23

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon