วันพุธ 21 ตุลาคม 2026

STOWER ล้มแผน“โครงการป่าตอง” พิรุธธุรกิจติดหล่ม?

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้น STOWER หรือ บริษัท สกาย ทาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เมื่ออยู่ๆก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย.69 ผู้ถือหุ้น “โหวตโน” ไม่อนุมัติ เข้าทำรายการ โครงการ ABOV Patong Residence จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีแห่งใหม่บนเนินเขาไตรตรังขนาด 480 ยูนิต (มูลค่าโครงการราว 575 ลบ.) ซึ่งงานก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 70% และคาดจะแล้วเสร็จช่วง Q4/69 นี้ ซึ่งมีโอกาสจะทยอยรับรู้รายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาประเภทอาคารชุดช่วง Q1/70 นั้นก็ดูจะมีอนาคต และเป็นไปตามแนวทางการการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจหลัก

ทั้งนี้เงินจำนวน 575 ลบ.หากกรณียังเดินหน้าลงทุนโครงการจะต้องแบ่งจ่ายเป็น ค่าซื้อที่ดินจาก “สุรชัย เหล่าสายเชื้อ” มีฐานะเป็นผู้ขายที่ดิน 220 ลบ.และจ่ายเงินให้ “บริษัท อโบฟ ป่าตอง เรสซิเดนซ์ จำกัด (APR)” ในฐานะเป็นผู้ขายสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 250 ลบ.และจ่ายเงินให้กับ “HYDRO”  ในฐานะผู้รับเหมา หรือผู้พัฒนาโครงการต่อให้มีสภาพพร้อมโอนกรรมสิทธ์ มูลค่า 105 ลบ.

ธุรกิจเสาโครงสร้างพื้นฐาน

หลักพ่นพิษ

ซึ่งธุรกิจปัจจุบันของ STOWER คือ ผู้ออกแบบและผลิตเสาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและโทรคมนาคม โครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย และให้เช่าเสาโทรคมนาคมในต่างประเทศนั้นผลงานก็ลุ่มๆดอนๆ งานไม่ต่อเนื่อง และยังต้องเพิ่งพาโครงการประมูลโครงการภาครัฐในประเทศเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมามีการเลื่อนประมูลจนกระทบต่อการผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนหนัก 89.13 ลบ. รายได้อยู่ที่ 214 ลบ.หลักๆมาจากผลกระทบจากงานในประเทศที่หดหาย ขณะที่งานในต่างประเทศก็ยังประคองตัวได้ก็ตาม

ขาดทุนต่อเนื่องอาการสาหัส

หากย้อนดูผลงานตั้งแต่ปี 64 บริษัทมีรายได้ 250.41 ลบ.ขาดทุน 50.71 ลบ., ปี 65 รายได้ 360.09 ลบ.ขาดทุน 107.46 ลบ., ปี 66 รายได้ 187.29 ลบ. ขาดทุน 205.96 ลบ., ปี 67 รายได้ 418 ลบ. ขาดทุน 69.01 ลบ. ขาดทุนต่อเนื่อง จนส่งผลให้ขาดทุนสะสม 2,465 ลบ. และยังมีส่วนต่ำมูลค่าหุ้นสามัญราว -1,040 ลบ. ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว

แผนเพิ่มทุนล็อตใหญ่สะดุด

ขณะที่แผนเพิ่มทุนครั้งใหญ่ก็สะดุด โดยบริษัทมีแผนเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ราว 40,000,000,000 หุ้น(พาร์หุ้นละ1บ.) ในสัดส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 9.84645 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 0.015 บาท (คาดจะได้เงินราว 600 ลบ.) ก็ยังมาสะดุดตามไปด้วยจากผลการประชุมวิสามัญล่าสุด รวมทั้งแผนขายที่ดิน 3 แปลงกว่า 18 ไร่มูลค่า 235  ลบ.ก็ต้องถูกยกเลิกเช่นกัน ซึ่งเป็นการระดมเงินครั้งใหญ่เพื่อลงทุนในโครงการ ABOV Patong Residence

ปรากฎชื่อ “ปรียสุดา อัครศรีสวัสดิ์”

ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ2

แม้ว่าก่อนหน้านี้ช่วงต้นปี 69 บริษัทได้เพิ่มทุน PPให้แก่ “ปรียสุดา อัครศรีสวัสดิ์”(กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 สัดส่วน 8.99%) จำนวน 365,000,000 หุ้น ราคาเสนอขายหุ้นละ  0.04 บ.รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14.6 ลบ.ช่วงต้นเดือนม.ค.69 ที่ผ่านมา และบอร์ดยังอนุมัติเมื่อวันที่ 9 ม.ค.69 ได้ตัดขายอาคารชุดของโครงการ URBITIA ทองหล่อ จำนวนทั้งสิ้น 12 ห้อง มูลค่า 96 ลบ.(มูลค่าซื้อราว 85.76 ลบ.)

ซึ่งตั้งข้อสังเกตุว่าผู้ถือหุ้นอาจจะไม่มั่นใจในโครงการอสังหาดังกล่าว และยังเป็นการรีดเงินจากผู้ถือหุ้นเดิมด้วย จากการเพิ่มทุน RO ยิ่งหากไม่ใช้สิทธิ์สัดส่วนการถือหุ้น ณ ปัจจุบันจะยิ่งหดหายไปเลย เนื่องจากเป็นการเพิ่มทุนอย่างมโหฬารมากกว่าเดิมถึง 10 เท่าหรือไม่? และแผนการใช้เงินครั้งนี้ก็ไม่ใช่ธุรกิจหลักเดิมของบริษัทด้วย และที่สำคัญหากเป็นโครงการที่ดีทำไมเจ้าของเดิมจึงยอมขายออกมาเพราะโครงการก็ก่อสร้างไปแล้วกว่า 70% และคาดจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาปี 70 แล้ว ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นเพียงข้อสังเกตุเท่านั้น

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon