
มิติหุ้น – มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” กำลังจะกลับมาอีกครั้งในช่วงกลางปี 2569 พร้อมโจทย์ใหญ่เดิมคือ “กระตุ้นกำลังซื้อ” ในวันที่เศรษฐกิจยังมีแรงกดดันรอบด้าน แต่รอบนี้มีการปรับสูตรเล็กน้อยให้ใช้จ่ายกระจายมากขึ้น—รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% วงเงินรวม 4,000 บาท ใช้ได้ 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท ผ่านแอป “เป๋าตัง” บวกกับการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกเดือนละ 1,000 บาทฟังดูเหมือนเม็ดเงินจะลงระบบพอสมควร คำถามคือ “เงินจะไปไหน” และ “ใครได้ประโยชน์จริง”
เงินเริ่มที่กระเป๋า แต่ปลายทางอาจไม่ใช่ห้างใหญ่
ภาพรวมชัดเจนว่าเม็ดเงินจะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากก่อน เพราะโครงสร้างโครงการยังเน้นร้านค้ารายย่อยเป็นหลัก เหมือนรอบที่ผ่านมา นั่นแปลว่า ร้านโชห่วย ร้านอาหารเล็ก ๆ หรือผู้ค้าท้องถิ่น จะเป็นด่านแรกที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงแต่ถ้ามองลึกขึ้นอีกชั้น “ผู้ชนะตัวจริง” อาจไม่ใช่คนขายหน้าร้านเท่านั้น เพราะร้านเล็กเหล่านี้ต้องไปสต็อกสินค้าเพิ่ม และนั่นทำให้ธุรกิจค้าส่งหรือ B2B มีโอกาสรับไม้ต่อ
ผลกระทบไม่แรง แต่กระจายยาวขึ้น
ข้อแตกต่างสำคัญของรอบนี้คือ “การกระจายเวลา” จากเดิมที่อัดเม็ดเงินในช่วงสั้น ๆ มาเป็น 4 เดือนเต็ม ทำให้แรงกระแทกต่อธุรกิจไม่รุนแรง แต่จะค่อย ๆ กระจายเป็นระลอกช่วงต้นเดือนเงินจะหมุนแรง ช่วงปลายเดือนจะเบาลง กลายเป็นจังหวะขึ้น-ลงมากกว่าพุ่งครั้งเดียวแล้วจบ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ไทยช่วยไทยพลัสเป็น “ยาแก้ปวด” มากกว่า “ยาบำรุง” คือช่วยให้เศรษฐกิจไม่แผ่ว
สุดท้ายแล้ว “ไทยช่วยไทยพลัส” อาจไม่ได้เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจไทย แต่เป็นเหมือนการเติมเชื้อไฟให้เครื่องยนต์ยังเดินต่อได้ในช่วงที่แรงส่งจากภายนอกยังไม่แน่นอนและในโลกการลงทุน บางครั้งแค่ไม่แย่ลงก็ถือเป็นข่าวดี
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon































