Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the heartbeat-control domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/miti/domains/mitihoon.com/public_html/wp-includes/functions.php on line 6170
ม.มหิดล ชี้ออกแบบ Solar Float ในพื้นที่เหมาะสม ไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำ ชะลอการระเหย สัตว์น้ำได้พึ่งพิง - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน
วันศุกร์ 22 พฤษภาคม 2026

ม.มหิดล ชี้ออกแบบ Solar Float ในพื้นที่เหมาะสม ไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำ ชะลอการระเหย สัตว์น้ำได้พึ่งพิง

5

มิติหุ้น – เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นที่ต้องการที่สุดในโลกยุคปัจจุบันที่กำลังถูกทำร้ายด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หนีไม่พ้นความพยายามในการหา “พลังงานทดแทน” การใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนได้มีการนำแผง Solar Cell มาใช้ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลาย โดยที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้มีการนำแผง  Solar Cell มาติดตั้งทั้งที่เป็น Solar Rooftop รับพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา และ Solar Float ซึ่งเป็นแผงรับที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า แม้ในวิทยาเขตศาลายา ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องของ มหาวิทยาลัยมหิดล จะมีส่วนของ “ผืนน้ำ” ในบริเวณจำกัด ทำให้ไม่สามารถติดตั้ง Solar Float ได้มากเท่า Solar Rooftop แต่ก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เป็น “พลังงานทดแทน” ภายในวิทยาเขตศาลายาได้ถึงกว่า 9 แสนกิโลวัตต์-ฮาวเออร์ต่อปี

ต่อข้อสงสัยที่ว่า Solar Float ส่งผลต่อคุณภาพน้ำหรือไม่ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต ชี้แจงว่า หากมีการออกแบบติดตั้งอย่างเหมาะสม โดยไม่ได้วางมากเกินไปจนเต็มผืนน้ำ จะไม่เป็นการปิดกั้นแสงอาทิตย์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์และพืชที่อยู่ในน้ำ ในทางตรงกันข้าม “ทุ่นใต้น้ำ” ที่ช่วยพยุงแผง Solar Float จะได้เป็นแหล่งพึ่งพิงของสัตว์น้ำ และช่วย “ลดความร้อน” จากแสงอาทิตย์ ทำให้น้ำระเหยได้ช้ากว่าการปล่อยให้ผืนน้ำรับแสงอาทิตย์โดยตรง อีกทั้งน้ำยังช่วยลดอุณหภูมิส่งผลให้ประสิทธิภาพของแผง Solar ที่ลอยอยู่บนน้ำดีกว่าที่ติดตั้งบนหลังคาได้ถึงร้อยละ 5 – 20

นอกจากนี้ในการดูแลรักษายังสามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากลอยอยู่เหนือผืนน้ำ และยังทำให้ได้ทัศนียภาพที่ดูทันสมัย ที่ผ่านมา ทางคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สำรวจคุณภาพน้ำภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มาแล้วอย่างต่อเนื่อง พบว่ายังอยู่ในระดับมาตรฐาน น้ำไม่เน่าเสีย และปลาไม่ตาย

เพื่อสนองนโยบาย Real World Impact ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ของทีมบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลชุดปัจจุบัน คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ พร้อมให้การสนับสนุนทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน วิจัย และบริการวิชาการ เพื่อการบรรลุเป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ซึ่งเป็นวาระของชาติ และในระดับโลก

พร้อมขยายผล “ธนาคารขยะ” ของโรงเรียนในเครือข่าย ที่มหาวิทยาลัยมหิดลเคยได้ทำหน้าที่ “มอบองค์ความรู้” พร้อมเป็น “พี่เลี้ยง” จนเครือข่ายโรงเรียนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สู่การเป็น “Carbon Neutrality in School” ตามโครงการที่ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ได้มีความร่วมมือกับ UNESCAP และมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ – เจียวทง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็น “สถาบันการศึกษาแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอน” ตามรายละเอียดของความร่วมมือฯ

โดยจะได้ปลูกฝัง “ทักษะพื้นฐานเพื่อการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน” ตั้งแต่ยังเป็นยุวชนก่อนเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย สำหรับเครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่ศาลายา และธนบุรี รวม 11 แห่ง ซึ่งได้เปิดตัวและร่วมลงนามความร่วมมือไปแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ณ โรงแรมเอส ดี อเวนิว กรุงเทพฯ

โดยโครงการฯ ไม่ได้คาดหวังเพื่อให้โรงเรียนในเครือข่ายได้เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ดังเช่นการติดตั้ง Solar Rooftop หรือ Solar Float เพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งแม้จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว แต่จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนเริ่มต้นเป็นจำนวนมาก

นอกจากพื้นฐานเดิมเรื่องการจัดการขยะเพื่อพึ่งพาตนเองที่ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ได้ปลูกฝังให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนภายในโรงเรียนแล้ว

ต่อไปจะได้มีการวางพื้นฐาน “ทักษะการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก” อาทิ การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งสามารถทำได้โดยง่าย เพียงการนำเอาข้อมูลการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียน เช่นการใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน มาคูณกับ “ค่าแฟคเตอร์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก” (EF – Emission Factor) ตามประกาศของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อสร้างความตระหนักให้สามารถควบคุมการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมายภายในโรงเรียนเครือข่าย

ก่อนเข้าสู่กิจกรรมการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตที่จะได้ศึกษาต่อไปในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในโลกประกอบการยุคปัจจุบัน รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต มองว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือ การมีองค์ความรู้พื้นฐานที่ดี เนื่องจากตามห่วงโซ่แห่งการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก จำเป็นที่จะต้องทราบถึงสถานะการปลดปล่อย และดูดกลับก๊าซเรือนกระจกก่อน แล้วจึงจะสามารถเข้าสู่การซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ที่จะต้องผ่านการประเมิน และจัดหาผู้ร่วมลงทุนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ก้าวต่อไป มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ เตรียมขยายผลผลักดันทักษะการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก 11 โรงเรียนเครือข่ายที่ได้ทดลองใช้ในฐานะ “โรงเรียนนำร่อง” ก่อนนำไปขยายผลสู่ระดับนโยบาย สร้างเป็น “School Living Lab” จน “การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” จะไม่เป็น “เรื่องไกลตัว” สำหรับประชาชนคนไทย สามารถช่วยประเทศบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ต่อไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon