
มิติหุ้น – สวัสดีชาวมิติหุ้นทุกท่านค่ะ คอลัมน์เงินรอบโลก จะพานักลงทุนทุกท่านไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้นักลงทุนมีทางเลือกและเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งในไทยและต่างประเทศมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์และช่องทางการลงทุนที่หลากหลาย จนบางครั้งแยกได้ยากว่าอะไรคือช่องทางที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และอะไรคือมิจฉาชีพ เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องดูแลด้วยตัวเราเอง
สำหรับ EP.01 ในวันนี้ จะขอเอาเรื่องของ ETFs หรือ Exchange Traded Funds มาคุยกันค่ะ เพราะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมในต่างประเทศ แต่ว่าในไทยแม้ว่าจะมี ETFs ขายอยู่บนกระดานหลักทรัพย์ แต่ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมมากเท่าต่างประเทศ วันนี้เลยอยากยกขึ้นมาเล่าให้ฟังเป็นเรื่องแรกก่อนค่ะ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ ETFs เวลาพูดถึงการลงทุนในหุ้นสหรัฐ เช่น S&P500, NASDAQ หรือกลุ่มหุ้น AI เป็นต้น แต่จริง ๆ แล้วเคยสงสัยมั้ยว่า ETFs คืออะไรกันแน่
ETFs หรือ Exchange Traded Funds เป็น “กองทุน” ที่ “จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ” ดังนั้น โครงสร้างของมันจึงมีส่วนคล้ายกองทุนที่บริษัทจัดการกองทุนผลิตมาเสนอขายทั่วไป แต่ก็มีส่วนต่างอยู่บ้าง มาลองอ่านกันดูค่ะ
(1) ETFs เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์อ้างอิงตามที่บริษัทจัดการกองทุนกำหนด บางครั้งก็เป็นความร่วมมือระหว่างโบรกเกอร์ ธนาคาร ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกแทนว่า Authorized Participant หรือ AP ทำงานร่วมกับบริษัทจัดการกองทุน (Asset Management Company) ในการจัดตั้งกองทุนประเภทนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนตามธีมได้ เช่น ธีมกลุ่มพลังงาน ธีมกลุ่มธนาคาร ธีมดัชนีหลักทรัพย์ ธีม AI เป็นต้น
(2) หลังจากบริษัทจัดการกองทุนจัดตั้ง ETFs แล้ว AP จะเป็นผู้สร้างและไถ่ถอนหน่วยลงทุนขนาดใหญ่ (Creation/Redemption) เพื่อให้จำนวนหน่วยลงทุนและราคาซื้อขายในตลาดสอดคล้องกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) จากนั้นจะนำกองทุนที่จัดตั้งแล้ว ไปจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และซื้อขายในหมวด ETFs ดังนั้น จึงมีการกำหนดราคาของหน่วยลงทุนเอาไว้สำหรับการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์ด้วย เช่น หน่วยละ 10 บาท เป็นต้น
(3) หาก ETFs กองไหนมีนักลงทุนสนใจลงทุนเป็นจำนวนมาก หรือ เมื่อ ETFs มีราคาสูงกว่าทรัพย์สิน ทาง AP จะทำการเพิ่มจำนวนหน่วยลงทุน โดยการซื้อหุ้นไปแลกเป็นหน่วยลงทุน (เรียกว่า fund creation) เพื่อทำการ Arbitrage ให้ราคา ETFs ปรับตัวไปใกล้ NAV
(4) หรือ ในบางกรณี หากมีนักลงทุนที่ถือหุ้นหลายตัวในสัดส่วนเท่ากับหุ้นที่อยู่ในกอง ETFs นั้น ก็สามารถนำหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ไปขอแลกเป็นหน่วยลงทุนได้ แต่ต้องมีจำนวนตาม creation unit ที่ทาง AP กำหนดไว้ โดยดำเนินการผ่าน AP เรียกว่าเป็น Fund Creation เหมือนกัน โดยวิธีนี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนเฉลี่ยของหุ้นหรือสินทรัพย์ที่ถืออยู่ทั้งตะกร้า (หรือทั้งกลุ่มหุ้น) ไม่ต้องมอนิเตอร์สินทรัพย์หลาย ๆ ตัว แต่สามารถรับผลตอบแทนเท่ากับหรือใกล้เคียงกับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ กรณีแบบนี้ อาจเกิดขึ้นกับนักลงทุนสถาบันหรือรายใหญ่ที่ต้องการลดภาระในการถือครองสินทรัพย์หลาย ๆ ตัว มาเป็นการถือ ETFs แทน แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อย นิยมซื้อขาย ETFs บนกระดานหลักทรัพย์มากกว่า เพราะสะดวกกว่า และไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่
(5) เรื่องของผลตอบแทน ETFs ให้ผลตอบแทนเท่ากับหุ้นหรือสินทรัพย์ที่ไปลงทุน โดยอาจจะมีส่วนต่างหรือ spread ได้นิดหน่อย (ส่วนใหญ่จะระบุว่าผลตอบแทนมีโอกาสต่างจากดัชนีอ้างอิง หรือกลุ่มหุ้นอ้างอิงได้เท่าไหร่) แต่ในต่างประเทศ ผลตอบแทนของ ETFs อาจจะระบุเป็นเท่า (X) เช่น 2X 3X 5X ซึ่งหมายความว่า ETFs นั้นให้ผลตอบแทน 2 เท่า 3 เท่า หรือ 5 เท่า ของดัชนีอ้างอิงหรือกลุ่มหุ้นอ้างอิง ซึ่งนั่นก็เป็นผลมาจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ควบคู่ไปด้วยนั่นเอง และแน่นอนว่า…มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในบางครั้ง อาจเห็น ETFs ที่ให้ผลตอบแทนตรงข้าม เช่น Inverse -1X เป็นต้น
(6) ในบางครั้ง เมื่อสัดส่วนหุ้นมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ETFs ที่อ้างอิงดัชนีหลักทรัพย์ เมื่อสัดส่วนหรือหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีเปลี่ยนแปลงไป หุ้นที่อยู่ในองค์ประกอบของ ETFs ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย โดย Fund Manager จะทำการ Rebalance พอร์ต โดยที่นักลงทุนไม่ต้องทำอะไรเลย มันจึงเป็นเรื่องง่ายในการมอนิเตอร์ผลตอบแทน หรือความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ต
(7) AP สามารถทำการไถ่ถอน (Fund Redemption หรือ Redeem) หน่วยลงทุนนั้นได้ โดย AP จะส่งมอบเป็นตะกร้าหุ้นหรือกลุ่มหุ้น หรือสินทรัพย์อ้างอิง มายังพอร์ตของกองทุนหรือนักลงทุนรายใหญ่ แต่ส่วนใหญ่การไถ่ถอน จะมีการกำหนดจำนวนหรือมูลค่าขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้เกิดงานยิบย่อยหรือกระทบกับการบริหารจัดการกองทุน
(8) ความเสี่ยงของ ETFs จะขึ้นกับหุ้นหรือสินทรัพย์ที่กองทุนนั้นไปลงทุน และลักษณะเงื่อนไข (feature) ของกองทุนนั้น ๆ เช่น ถ้าเป็น ETFs ที่มีการลงทุนในอนุพันธ์ ก็จะทำให้มีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย แต่ถ้าเป็น ETFs ทั่วไป ก็จะมีความเสี่ยงเทียบเท่าการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจาก Tracking Error คือการที่ผลตอบแทนของ ETFs แตกต่างจากผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิง รวมทั้ง Liquidity Risk หรือความเสี่ยงจากด้านสภาพคล่องในการซื้อขายด้วย
(9) ETFs ซื้อขายได้บนกระดานหลักทรัพย์เหมือนหุ้นทั่วไป ในบางประเทศอาจแยกกระดาน ETFs ออกมา เนื่องจากมีจำนวน ETFs เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าเป็นในประเทศไทย ก็ซื้อขายเหมือนหุ้นตัวหนึ่ง และเสียค่าคอมมิชชั่นเท่ากับการเทรดหุ้น ราคาซื้อขายของ ETFs อาจแตกต่างจาก NAV เรียกว่ามี premium/discount อยู่ในราคานั้นด้วย
(10) เนื่องจาก ETFs เป็นกองทุน จึงมี “ค่าบริหารจัดการ (Expense Ratio) หรือ Management Fee” ซึ่งอาจกำหนดเป็น 0.03% 0.05% เหมือนกองทุนอื่น ๆ แต่ไม่ได้เรียกเก็บแยกต่างหากเหมือนเวลาซื้อกองทุน ตัวค่าบริหารจัดการนั้น จะหักออกจาก NAV ของกองทุน เวลาซื้อขายเราจะเทียบราคาซื้อขายกับ Indicative NAV ได้ และมีการประกาศ NAV ในช่วงสิ้นวันทำการนั้น ๆ เวลา Create/Redeem ก็จะได้ราคาตาม NAV นั้นด้วย ทั้งนี้ ขึ้นกับเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด
ETFs ถือเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนได้ง่าย ผ่านการซื้อเพียงครั้งเดียว เราสามารถเลือกตามธีมที่เราสนใจได้ เป็นการซื้อครั้งเดียวเหมือนได้สินทรัพย์นั้นทั้งกลุ่ม ไม่ต้องลำบากถือหุ้นหรือสินทรัพย์หลายตัว และเนื่องจาก ETFs ซื้อขายหน่วยลงทุนในกระดานหลักทรัพย์ เราจึงสามารถเริ่มลงทุนแต่น้อย ๆ ได้ เพราะเริ่มต้นที่ 100 หน่วยเหมือนการซื้อขายหุ้นนั้นเอง
แล้วคราวหน้าจะมาลองยกตัวอย่าง ETFs ต่างประเทศให้เห็นกันละเอียด ๆ บ้าง และอย่าลืมติดตามคอลัมน์ “เงินรอบโลก (Money Go Round) ได้ทางมิติหุ้น
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon































