
มิติหุ้น – YLG หรือ บมจ. วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ โดย นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุ “มิติหุ้น” ว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อยจนทำให้มีสัดส่วนขึ้นมา 40 % และอีก 60% เป็นกลุ่มร้านค้าทองคำซึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิม โดยเป็นผลมาจากการเข้าเป็นพันธมิตรกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์จากการนำโปรดักส์ไปอยู่บนแอปพลิเคชันของธนาคาร ซึ่งดำเนินการไปแล้ว กับธ.กรุงไทย และธ.เกียรตินาคิน ผ่าน Dime และล่าสุดกับทาง ธ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งในปีนี้ยังมีอีก 2 แบงก์ใหญ่ที่เข้าร่วม ได้แก่ ธ.กรุงเทพ ช่วง ก.ย.-ต.ค. และ ธ.กสิกรไทย ช่วงปลายปี
รายย่อยโตทะลุแสนราย
ทั้งนี้หลังโปรดักส์ทองคำอยู่ในกลุ่มสินค้าแบงก์ทำให้มีจำนวนรายย่อยที่สนใจเข้ามาลงทุนจนเกินแสนราย ซึ่งแต่ละแบงก์เริ่มต้นลงทุนไม่เท่ากันมีตั้งแต่ 100 บาท จนไปถึง 6,000 บาทขึ้นอยู่ฐานลูกค้าแต่ละแบงก์ โดยรูปแบบออนไลน์ทาง YLG มีการดำเนินการก่อนหน้านี้อยู่แล้วด้วยและยังขยายด้วยการร่วมกับทางไปรษณีย์ไทยเพื่อจัดส่งสินค้าทองคำไม่เกินมูลค่า 2 แสนบาทพร้อมมีประกันภัยการจัดส่ง ซึ่งตอนนี้กำลังพิจารณาขยับมูลค่าการจัดส่งขึ้นไปเป็น 5 แสนบาทเพื่อตอบรับกับมูลค่าทองคำเพิ่มขึ้นด้วย
คาดสิ้นปีทองเฉียด 5,000 ดอลลาร์
สำหรับทิศทางราคาทองคำ หลังปรับฐานจากราคานิวไฮที่ 5,200 ดอลลาร์ มาอยู่แถว 4,000 ดอลลาร์ แต่ระหว่างสัปดาห์ราคาทองคำแกว่งตัวได้ถึง 10% ซึ่งสิ้นปียังประเมินราคาที่ 4,900 ดอลลาร์ หรือราคาจะย่อแรงยังอยู่แถว 4,000 ดอลลาร์ ด้วยกองทุนระดับโลกยังเข้าลงทุนบวกกับธนาคารกลางทยอยเก็บ หากพ้นพักฐานรอบนี้ไปได้โอกาสสูงที่จะเห็น 6,000 ดอลลาร์ แนะนำพอร์ตลงทุนควรกระจายมาที่ทองคำ 10-15%
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


































