วันอังคาร 6 ตุลาคม 2026

CGSI ปรับเพิ่มประมาณการ EPS ของตลาดปี 69 ขึ้น 8% และปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET เป็น 1,690 จุด จากเดิม 1,630 จุด หลังไตรมาส 2/69 กำไรบจ.แข็งแกร่งกว่าคาด พร้อมเปิดโผ 14 หุ้นน่าลงทุนช่วงที่กำไรฟื้นตัวไม่เท่ากัน

มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า กำไรสุทธิโดยรวมของบริษัทจดทะเบียนไทย(บจ) ที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯทำการศึกษาเพิ่มขึ้น 10% yoy และ 14% qoq ในไตรมาส 2/69 นำโดยกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มสาธารณูปโภคมีกำไรเติบโตแข็งแกร่ง qoq เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งการเติบโตของกำไรขับเคลื่อนโดยราคาน้ำมัน, ค่าการกลั่นและสเปรดที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงผลดีจากฐานที่ต่ำ พบว่าบริษัทที่ศึกษาจะมีกำไรสุทธิรวมลดลง 25% yoy และ 6% qoq ในไตรมาส 2/69 ส่วนกำไรสุทธิรวมในครึ่งปีแรก 69 เติบโต 15% yoy แต่จะลดลง 13% yoy หากไม่รวมกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มการแพทย์, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งแนะนำให้เลือกลงทุนรายตัว (selective) ในกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มธุรกิจการเงิน ขณะที่ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และแนะนำให้ลดสัดส่วนการลงทุน (Underweight) ในกลุ่มขนส่งและกลุ่มอาหาร

โดยการจัดพอร์ตการลงทุนลักษณะนี้จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างหุ้นที่จะมีกำไรฟื้นตัว, หุ้นที่เติบโตเชิงโครงสร้าง และหุ้นในกลุ่มปลอดภัย (defensive) ขณะที่จำกัดการลงทุนในกลุ่มที่มีความอ่อนไหวสูงต่ออุปสงค์ในประเทศที่อ่อนตัวและความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ปัจจุบัน SET ซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 15.9 เท่า แต่จะลดลงเหลือ 13.5 เท่า หากไม่รวม DELTA ที่มี market cap ใหญ่ที่สุดในตลาดและมีการประเมินมูลค่าสูงมาก โดยการประเมินมูลค่าไม่รวม DELTA จะอยู่ที่ประมาณ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ซึ่งเรามองว่ายังน่าสนใจ

ขณะที่ปรับเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี 69 จาก 1,630 จุดเป็น 1,690 จุด หลังจากปรับประมาณการกำไรสุทธิของ SET ขึ้น 8%/1% ในปี 69/70 โดยเชื่อว่าปัจจัยบวกที่น่าจะช่วยหนุนตลาดคือการที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้นและราคาน้ำมันปรับตัวลง

ส่วนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น, สถิตินักท่องเที่ยวที่ลดลง และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็น downside risk

ทั้งนี้ ได้ถอด ERW และ CRC ออกจากรายชื่อหุ้น Top pick หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากแล้ว และเพิ่ม CPALL และ PTT เข้ามาแทน เพราะคาดว่ายอดขายสาขาเดิมและกำไรในไตรมาส 4/69 จะเพิ่มขึ้น ตามลำดับ

ดังนั้น รายชื่อหุ้น Top pick ล่าสุดจึงประกอบด้วย BH, PR9, THAI, PTT, CPALL, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC, TIDLOR

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon