
มิติหุ้น – กรุงเทพฯ 16 กันยายน 2569 – “ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม” ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ปัจจุบันมีสาขารวม 91 สาขาทั่วประเทศ ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 พร้อมถอดบทเรียนการเติบโต ภายใต้แนวคิด “ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข” จากธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ เพียงเป็นจุดให้บริการลูกค้า แต่ยังเป็น Local Touchpoint เชื่อม Local Needs ของแต่ละพื้นที่เข้ากับศักยภาพ ของธุรกิจ ทั้งบุคลากร ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตร ตามปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ “CRC Care” ที่เปรียบเสมือน Commitment ที่จะดูแลและยกระดับทุกภาคส่วนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนทั้งระบบ
ผ่านการดำเนินงานของไทวัสดุที่ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ Community, People , Well-being และ Environment โดยนำศักยภาพที่ธุรกิจมีอยู่แล้วมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คนและชุมชน ปัจจุบันโครงการที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องสามารถส่งต่อประโยชน์แก่ประชาชนแล้วกว่า 350,000 คน
91 สาขา จาก Point of Sale สู่ “Local Touchpoint” เชื่อมส่วนกลาง–สาขา–ท้องถิ่น
รับมือ Local Needs อย่างเป็นระบบ
นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล โฮม กล่าวว่า “ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของไทวัสดุไม่ได้เพิ่มเพียงจำนวนสาขา แต่ทำให้เรามีเครือข่ายที่เข้าใจบริบทของแต่ละพื้นที่ได้ใกล้ชิดขึ้น บทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 2554 ทำให้เราเห็นว่า เมื่อธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ปัญหาของชุมชนก็เป็นสิ่งที่ธุรกิจไม่อาจมองข้าม และนั่นทำให้บทบาทของสาขาค่อย ๆ ขยายจาก Point of Sale ไปสู่ Local Touchpoint
โมเดลการทำงานจึงเริ่มจาก สาขาที่รับรู้ Local Needs เชื่อมข้อมูลเข้าสู่ทีมส่วนกลาง ก่อนประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น ภาครัฐ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อนำบุคลากร สินค้า เครื่องมือช่าง ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรที่มีไปตอบโจทย์แต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมที่สุด สำหรับเรา นี่คือการนำ Retail Network และ Business Capability มาเชื่อมกับ Local Needs เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจสามารถสร้างคุณค่ากลับคืนสู่พื้นที่ที่เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งได้มากขึ้น” แนวทางดังกล่าวสะท้อนการขับเคลื่อนในมิติ Community ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสนับสนุนกิจกรรม แต่ใช้เครือข่ายธุรกิจเป็นกลไกเชื่อม ส่วนกลาง–สาขา–ท้องถิ่น–ภาครัฐ–พันธมิตร เข้าด้วยกัน
ในปี 2568 ไทวัสดุดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม 123 กิจกรรม มีพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกว่า 1,000 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในภาคเหนือและภาคใต้ ทั้งการส่งมอบสิ่งของจำเป็น น้ำดื่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด และการส่งทีมเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ในขณะที่ ไทวัสดุ สาขาหาดใหญ่ยังได้ปรับพื้นที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดสนับสนุนอาสากู้ภัย ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผ่านมาจาก Retail Network ของธุรกิจ จึงต่อยอดเป็น Community Network ที่ช่วยให้ Local Needs เชื่อมกับทรัพยากรและความเชี่ยวชาญขององค์กร ได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด และเหมาะกับแต่ละพื้นที่”
จาก Core Expertise สู่ Social Solution ใช้สิ่งที่ธุรกิจถนัดแก้โจทย์จริง
“ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข” เริ่มจากแนวคิดที่ว่า “ธุรกิจมีความเชี่ยวชาญอะไร และสิ่งนั้นสามารถเข้าไปช่วยแก้ Local Needs อะไรได้บ้าง” แนวทางนี้เห็นได้ชัดในมิติ Well-being ผ่านโครงการ “รวมหัวใจให้บ้านเกิด” ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้าง การซ่อมแซม และการปรับปรุงพื้นที่ ซึ่งเป็น Core Expertise ของไทวัสดุ มาใช้พัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและสถานพยาบาล
ปัจจุบันโครงการ “รวมหัวใจให้บ้านเกิด” ครอบคลุมการปรับปรุง โรงเรียนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรวม 7 แห่ง ใน บุรีรัมย์ สระบุรี นนทบุรี ลพบุรี เชียงราย ฉะเชิงเทรา และอยุธยา พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่งต่อประโยชน์แก่ประชาชนกว่า 65,000 คน ด้วยงบประมาณสะสมกว่า 2.53 ล้านบาท ขณะที่มิติ Environment “ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข” มุ่งเสริมความพร้อมและความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว ผ่านการฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรน้ำ โดยโครงการสร้างฝายชะลอน้ำดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ครอบคลุม 5 อำเภอใน 2 จังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน ปัจจุบันสร้างฝายแล้วกว่า 1,830 ฝาย มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 273,000 คน ด้วยเงินบริจาคสะสมกว่า 3.15 ล้านบาท ทั้ง 2 มิติสะท้อนการใช้ Core Expertise และเครือข่ายของธุรกิจ ไปตอบ Local Need ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่คุณภาพชีวิตและสุขภาพ ไปจนถึงการสร้าง Community Resilience ให้กับพื้นที่ในระยะยาว

เมื่อ Business Growth ต้องไปพร้อมกับการเติบโตของ “คน”
ในมิติ People ไทวัสดุ มุ่งสร้างโอกาสในการทำงาน พัฒนาทักษะ และเปิดพื้นที่ให้คนหลากหลายกลุ่มสามารถใช้ศักยภาพ และมีส่วนร่วมกับองค์กรและสังคมได้อย่างเหมาะสม ไทวัสดุเริ่มวางรากฐานการสร้างโอกาสด้านอาชีพให้แก่ คนพิการมาตั้งแต่ปี 2557 และร่วมกับมูลนิธิพระมหาไถ่จัดตั้ง ศูนย์ฝึกอาชีพ Contact Center จังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาทักษะและเชื่อมต่อสู่การทำงานจริง ปัจจุบันสามารถสร้างโอกาสด้านอาชีพให้แก่คนพิการสะสมแล้วกว่า 1,100 คน ผ่านทั้ง การจ้างงานโดยตรงตามมาตรา 33 และ การส่งเสริมการมีงานทำและประกอบอาชีพในรูปแบบต่าง ๆ ตามมาตรา 35
ขณะเดียวกัน ไทวัสดุเดินหน้าสร้าง Talent Pipeline เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในระยะยาว ผ่านโครงการทุนทวิภาคี Young Professional Retailer (YPR) โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยพันธมิตร พัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมเข้าสู่สายงานค้าปลีกอย่างมืออาชีพ โดยโครงการมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 100% พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานจริง และรับการบรรจุเป็นพนักงานหลังสำเร็จการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาบุคลากรในสาขาการบริหารจัดการธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ สะท้อนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลที่สร้างทั้งโอกาสทางการศึกษา อาชีพที่มั่นคง และกำลังคนคุณภาพให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย
จาก Supplier สู่ Strategic Partner จับคู่ “Local Needs” กับความเชี่ยวชาญของพันธมิตร
อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขยาย Social Impact คือ Partner Ecosystem เพราะ Local Needs ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน และบางโจทย์ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากกว่าที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะดำเนินการได้เพียงลำพัง “ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข” จึงขยับบทบาทของพันธมิตรธุรกิจการค้า ไปสู่การนำ สินค้า เทคโนโลยี และ Partner Expertise มาจับคู่กับ Local Needs เพื่อร่วมพัฒนา Solution ที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่
ที่ผ่านมา ไทวัสดุร่วมกับ บริษัท วินโดว์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ FRAMEX นำผลิตภัณฑ์และความเชี่ยวชาญไปสนับสนุนการปรับปรุง 2 โรงเรียน ในจังหวัดกาญจนบุรี ผ่านโครงการ “ซื้อ 1 ให้ 10 ประตูหน้าต่าง เพื่อโรงเรียนของหนู” และยังร่วมกับ บริษัท โตโยโบ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายปั๊มน้ำอัตโนมัติ Hitachi นำ ผลิตภัณฑ์ไปช่วยโรงเรียนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง รวม 16 โรงเรียน ครอบคลุม 13 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังจับมือกับ บริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด หรือ RACER นำโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเพิ่มแสงสว่างและยกระดับความปลอดภัยบนเส้นทางสัญจรของชุมชนจังหวัดเพชรบุรี รวมระยะทางกว่า 1.9 กิโลเมตร รองรับการสัญจรมากกว่า 5,000 คนต่อวัน รวมถึงหลากหลายพันธมิตร อาทิ บริษัท เจ.บี.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็นท์ จำกัด และ บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการสนับสนุนอุปกรณ์ทาสีในกิจกรรมสาธารณกุศลต่าง ๆ
โมเดลดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนจาก One-off Donation สู่ Strategic Collaboration โดยไทวัสดุทำหน้าที่เชื่อม Local Needs เข้ากับ Retail Network และ Partner Expertise เพื่อร่วมพัฒนา Solution ที่เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า เทคโนโลยี หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของพันธมิตร โดยความร่วมมือที่ผ่านมา สามารถส่งต่อประโยชน์สู่ชุมชนคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท
ก้าวต่อไปของ “ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข” เมื่อ Business Scale ขยาย Social Impact ต้องขยายตาม
นางสาวชุติพร คงเจริญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า การทำให้ Social Impact ขยายไปพร้อมกับ Business Scale ต้องนำศักยภาพที่เติบโตขึ้นของธุรกิจ ทั้ง เครือข่ายสาขา บุคลากร ความเชี่ยวชาญ และพันธมิตร มาใช้สร้างประโยชน์ให้กับผู้คนและชุมชนไห้มากขึ้น โดย เชื่อม Local Needs เข้ากับ Core Expertise ของไทวัสดุ และดึง Partner Expertise มาร่วมกันพัฒนา ผ่านทั้ง 4 มิติ Community, People, Well-being และ Environment เพื่อให้ “ไทวัสดุ เคียงข้าง สร้างสุข” ไปสู่การสร้างคุณค่าที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง”
บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล ภายใต้แบรนด์ ไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม ออโต้วัน และวีฟิกซ์ มุ่งนำความเชี่ยวชาญและศักยภาพของธุรกิจ ผสานพลังจากพันธมิตรและชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ สังคม และชุมชนให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชันของไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮมเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiwatsadu.com, LINE: @Thaiwatsadu, Facebook: Thai Watsadu และBnB home: www.bnbhome.com, LINE: @bnbhometh, Facebook: BnB home หรือโทร 1308
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

































