
มิติหุ้น – ปทุมธานี (18 กันยายน 2569) – บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการและการส่งเสริมการเรียนรู้ระยะยาว 3 ปี ในการเชื่อมโยงความร่วมมือครั้งนี้ไปสู่ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม โดยมี นางสาวอนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) และ นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมลงนาม และนางสาวศิริรัตน์ เสริมวิฑูรย์ รองผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 1 อาคารสำนักงาน อพวช. คลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อผนึกกำลังแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาศักยภาพเยาวชนและยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยแนวตั้งของคนในสังคมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะนวัฒกรรมอัจฉริยะที่จะทำให้เกิดพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ดีระหว่างงานก่อสร้าง
CMC เน้นพันธกิจยกระดับคุณภาพชีวิต นำร่อง Smart City สู่ ‘One U Bangkok’ กลุ่มอาคารชุดพักอาศัยรุ่นใหม่ ที่เน้นพลังงานสะอาดรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม นางสาวอนงค์ลักษณ์ แพทยานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) (CMC) เปิดเผยว่า พันธกิจหลัก (Mission) ของ CMC มุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนาคุณภาพชีวิตทีในที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและได้ใช้ชีวิต อย่างมีคุณภาพในสภาพแวดล้อมที่เอื่อสุขภาวะทั้งกายและใจ โดยเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่กระบวนการวางแผนโครงสร้าง ออกแบบโครงการ ตลอดจนการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เพื่อมอบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสุขภาพการอยู่อาศัยที่ดีที่สุด
“ความร่วมมือกับ อพวช. ในครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิดของ CMC ที่ต้องการนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบของสังคมพลวัตร โดย CMC นำร่องในการนำเทคโนโลยี Smart City มาประยุกต์ใช้ในโครงการใหม่ล่าสุด ‘One U Bangkok’ โครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ใกล้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คลองหลวง เน้นการออกแบบให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่ผสมผสานเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน พลังงานสะอาด ความปลอดภัยอัจฉริยะ นวัตกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม และพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมพลังงานสะอาด การสนับสนุนองค์ความรู้ระหว่างกันในครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยน ร่วมกันศึกษาความรู้ทางเทคโนโลยี ให้กลายเป็นนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่จับต้องได้จริง” นางสาวอนงค์ลักษณ์ กล่าว
สำหรับการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการ Job World Partnership ณ ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต (Futurium) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ 5 ของ อพวช. CMC ให้การสนับสนุนการจำลองอาชีพในฝัน ‘นักฉุกเฉินการแพทย์ (Paramedic)’ ในโซน Job World เพื่อมุ่งเน้นการเปลี่ยนการเรียนรู้แบบเดิม ให้กลายเป็นการสร้างประสบการณ์ตรงที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเป้าหมายความฝันในสายอาชีพนี้มาสู่การลงมือปฏิบัติจริง
ภายในห้องปฏิบัติการ ‘นักฉุกเฉินการแพทย์’ เยาวชนจะได้สวมชุดปฏิบัติการ สัมผัสและใช้งานอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉินจริง รวมทั้งฝึกทักษะการตัดสินใจและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผ่านการจำลองสถานการณ์จริง (Real-life Simulation) เช่น การลงพื้นที่เผชิญเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี การช่วยเหลือชีวิตฉุกเฉิน และขั้นตอนการลำเลียงส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างปลอดภัยสูงสุด การได้ลงมือปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมจำลองนี้จะช่วยให้เด็กและเยาวชนค้นพบความถนัดของตนเอง เกิดความเข้าใจในบทบาทอาชีพสายสุขภาพและสาธารณสุขซึ่งสอดรับกับการพัฒนาการอยู่อาศัยเชิงป้องกัน พร้อมต่อยอดการศึกษาและเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศในอนาคต
ด้าน นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อพวช. กล่าวเสริมว่า “อพวช. มีความมุ่งมั่นในการสร้าง ฟิวเจอเรียม ให้เป็นพื้นที่เปิดโลกอาชีพแห่งอนาคต ผ่านโซนหลัก 3 ส่วน ได้แก่ โซน Career Exploration (จินตนาการ) : เปิดโลกความคิด สำรวจความถนัดผ่านเกมทดสอบพหุปัญญา, โซน Job Experience (ประสบการณ์) : ฝึกลงมือปฏิบัติในห้องปฏิบัติการจำลองอาชีพแห่งอนาคต 9 กลุ่มอุตสาหกรรม และ โซน Career Planning (สร้างสรรค์) : ค้นหาตัวตน วางแผนเส้นทางอาชีพและการศึกษาต่อ ความร่วมมือกับ CMC ซึ่งเป็นเอกชนชั้นนำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล จะช่วยเติมเต็มการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและนวัตกรรมการอยู่อาศัย ช่วยให้เยาวชนไทยได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมจริงและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง”
การลงนามความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง CMC และ อพวช. ที่จะร่วมกันสนับสนุนองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนข้อคิด และประสบการณ์ โดยทั้งสององค์กรได้ตกลงขยายขอบเขตความร่วมมือให้มีความเข้มข้นและครอบคลุมใน 5 มิติหลัก ดังนี้:
- การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (Learning Space & Public Engagement): ร่วมกันออกแบบ พัฒนา และสนับสนุนพื้นที่แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการอยู่อาศัย พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์และนิทรรศการสัญจร เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง
- การศึกษาวิจัยและการสื่อสารวิทยาศาสตร์ (Research & Science Communication): ร่วมมือกันศึกษาวิจัยรูปแบบการสื่อสารวิทยาศาสตร์ให้เข้าถึงง่าย สนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ข้อมูลทางวิชาการ และสร้างเครือข่ายนักสื่อสารวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ
- การพัฒนาบุคลากรและศักยภาพมนุษย์ (Personnel & Human Capital Development): สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะวิชาการ และประสบการณ์ระหว่างบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน จัดฝึกอบรมและสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในด้านการวิจัย การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ และการพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต
- การประชาสัมพันธ์เชิงรุกและเผยแพร่องค์ความรู้ (Proactive PR & Knowledge Dissemination): ประสานความร่วมมือในการเผยแพร่ข่าวสาร สื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมความเคลื่อนไหวผ่านเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ของทั้งสององค์กร เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งทำประโยชน์เพื่อสังคมและส่วนรวม
- การสนับสนุนและต่อยอดเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ระดับประเทศ (Museum & Learning Network Support): ร่วมมือกันส่งเสริม ยกระดับ และเชื่อมโยงเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศไทย เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้คุณภาพสูงให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในภูมิภาคต่างๆ อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
ความร่วมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการผนึกพลังระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาขับเคลื่อนทั้งในระดับโครงสร้างพื้นฐานการอยู่อาศัยและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อร่วมสร้างสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


































