
มิติหุ้น – ‘บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ หรือ TIPAK หนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย ประกาศราคาเสนอขาย IPO หุ้นละ 1.85 บาท เปิดจองซื้อวันที่ 25, 28 – 29 ก.ย. 69 พร้อมประกาศยุทธศาสตร์สู่ผู้นำในการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) และมีคุณสมบัติเฉพาะด้าน ด้วยความคิดสร้างสรรค์และแตกต่าง พร้อมส่งมอบโซลูชันบริการที่ตรงจุด ปักหมุดลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ทรานส์ฟอร์มฯ เทคโนโลยีโรงงานสู่ระบบอัตโนมัติ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดการสูญเสียเป็นศูนย์ ชูเมกะเทรนด์โลกด้านความยั่งยืน อี-คอมเมิร์ซ หนุนการเติบโตอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษที่เป็นหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน
นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “TIPAK”) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษคราฟท์ (Kraft paper) รายใหญ่ในประเทศไทย โดยมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มากว่า 50 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า” เพื่อก้าวสู่ผู้นำในการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย โดยมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) ตอบโจทย์เรื่องบรรจุภัณฑ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์และแตกต่าง ภายใต้การให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์กระดาษแบบครบวงจร เพื่อส่งมอบโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตรงจุด ทั้งคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน และสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำและโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสินค้าหลัก 2 ประเภท ได้แก่ 1) แผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet Board) จำหน่ายแก่โรงงานผลิตกล่องและบรรจุภัณฑ์เพื่อแปรรูปต่อ มีทั้งแบบ 3 ชั้นและ 5 ชั้น หลายขนาดลอน ให้ความแข็งแรงต่างระดับตามความต้องการของลูกค้า และ 2) กล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) บรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปสำหรับจัดส่งสินค้าของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม มีหลายรูปแบบ อาทิ กล่องฝาชนและกล่องฝาครอบ โดยดำเนินธุรกิจแบบ Business-to-Business (B2B) โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ
นายทิฆัมพร มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ TIPAK กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษมีศักยภาพเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากกระแสเทรนด์รักษ์โลก ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ และการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ (E-Commerce) ส่งผลให้ในปี 2569-2570 มีแนวโน้มขยายตัว 1.5% และ 2.9% ตามลำดับ โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ และการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักมาจากตลาดในประเทศที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์มุ่งมั่นก้าวสู่ผู้นำให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า (High Value) เพิ่มประสิทธิภาพทำให้ของเสียเป็นศูนย์ (Zero Defect) โดยให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) กลยุทธ์ราคา มุ่งการบริหารจัดการการตั้งราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นในตลาดได้ 2) คุณภาพสินค้า ออกแบบและผลิตแผ่นหรือกล่องกระดาษลูกฟูก ที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าที่บรรจุ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ของลูกค้า 3) บริการก่อนและหลังการขายครบวงจร ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และขยายลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
“บริษัทฯ มีทีมฝ่ายวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแกร่ง เราจึงส่งมอบโซลูชันอย่างครบถ้วน อาทิ การป้องกันความชื้น สารเคลือบเพื่อยืดอายุผักผลไม้ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการจัดการส่งระยะไกล และการขนส่งในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (E-commerce) ที่ต้องการความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อรองรับทิศทางการค้าโลกที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบ ESG ในระยะยาว” นายทิฆัมพร กล่าว
นางสาวณพรัตน์ มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน TIPAK กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2566 – 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,830.94 ล้านบาท 2,741.01 ล้านบาท และ 2,542.90 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 191.93 ล้านบาท, 170.21 ล้านบาท และ 121.18 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้หลักมาจากกล่องกระดาษลูกฟูกกว่า 60% ซึ่งเป็นสินค้าที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added) ซึ่ง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันมากกว่า 140,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี นอกจากนี้ ได้วางแผนขยายการลงทุนด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ใช้ระบบอัตโนมัติยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในโรงงาน จ.สมุทรสาคร และจ.ปราจีนบุรี โดยวางกรอบระยะเวลาการลงทุนในปี 2570 ดังนี้
1). โครงการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสายการผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกไปสู่ระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ อาทิ ระบบจัดตำแหน่งกระดาษอัตโนมัติ เพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มความรวดเร็ว
2). โครงการนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อาทิ การติดตั้งระบบบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์เชิงรุก (PRODUCTION SCADA PdM), ระบบติดตามประเมินผล OEE แบบ Real-time ช่วยแก้ปัญหากระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว
3). โครงการควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต ประกอบด้วยการติดตั้งห้องแลกเปลี่ยนและควบคุมความชื้นกระดาษ (Paper Moisture Exchange Room) เพื่อยกระดับอัตราของดี (Quality Rate) ให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น เป็นต้น
นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า TIPAK ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 1.85 บาทต่อหุ้น ซึ่งนักลงทุนรายย่อยได้แสดงความสนใจจองซื้อเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความสนใจและมั่นใจในศักยภาพของธุรกิจ ล่าสุด จะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อวันที่ 25, 28 – 29 ก.ย. 2569 นี้ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์อีก 3 ราย เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO ของ TIPAK ประกอบด้วย (1) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (2) บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (3) บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในเดือน ต.ค. นี้ โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “TIPAK”
ทั้งนี้ บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ หรือ TIPAK มีทุนจดทะเบียน 552,000,000 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 408.32 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 408,316,730 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.0 บาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 143,683,270 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 26.03 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ไปใช้ลงทุนปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตในอนาคต ส่วนที่เหลือใช้ชำระคืนเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ
นางสาวนันทรัตน์ แสงสุวรรณนุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LHSEC ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า จากศักยภาพธุรกิจที่แข็งแกร่งภายใต้ทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกว่า 50 ปี การวางแผนใช้เงินระดมทุนที่ชัดเจนสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ ประกอบกับการเสนอขายและการกำหนดราคาที่เหมาะสม สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจ มั่นใจว่าการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับ TIPAK ในระยะยาว
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

































