วันจันทร์ 28 กันยายน 2026

CGSI : กลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย ประเมินมาตรการห้ามส่งออกของสหรัฐ อาจดีต่อโรงกลั่นเอเชีย

มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า รายงานของ Reuters ระบุว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาจะระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ เพื่อหวังควบคุมราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศ แต่นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่าการสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลโดยเด็ดขาด (blanket ban) นั้น มีความเป็นไปได้น้อย นอกจากนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังเผชิญกับเสียงคัดค้านจากภาคอุตสาหกรรม โดยมีกลุ่มธุรกิจในสหรัฐฯ จำนวน 36 กลุ่มร่วมกันลงนามคัดค้านมาตรการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้รายละเอียดของมาตรการดังกล่าวจะยังไม่ชัดเจน แต่ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่าสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการรูปแบบอื่น เช่น การจำกัดการส่งออก, การกำหนดโควตา หรือกลไกอื่น ๆ เพื่อเพิ่มอุปทานในประเทศและควบคุมราคาน้ำมันดีเซล

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีปริมาณส่งออกเฉลี่ย 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในงวด 9 เดือนปี 69 และส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศเม็กซิโก, ชิลี, บราซิล และยุโรป ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศในยุโรปจะสามารถนำน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ออกมาใช้ ซึ่งอาจทำให้อัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลงหลังน้ำมันดิบส่งออกจากซาอุดิอาระเบียลดลงจากปัญหาที่ท่อส่งน้ำมัน East-West pipeline แต่เอเชียอาจต้องส่งออกน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้นเพื่อชดเชยอุปทานที่ขาดหายไปจากสหรัฐฯ

นอกจากนี้ มองว่าภูมิภาคลาตินอเมริกาอาจเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดีเซลเพื่อชดเชยการหยุดชะงักของอุปทานเช่นกัน ดังนั้น ทิศทางการค้าที่เปลี่ยนไปจึงอาจช่วยหนุน crack spread น้ำมันดีเซลในเอเชีย หากสหรัฐฯ มีมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันดีเซล แม้จะเป็นในรูปแบบจำกัดการส่งออกไม่ใช่การสั่งห้ามแบบเบ็ดเสร็จ

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ถังเก็บน้ำมันที่มีอยู่จำกัดอาจทำให้โรงกลั่นในสหรัฐฯ โดยเฉพาะโรงกลั่นบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก ลดอัตราการใช้กำลังการผลิตเพื่อรักษาระดับค่าการกลั่น (GRM) ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนอกจากจะทำให้มีการผลิตน้ำมันดีเซลลดลงแล้ว ยังส่งผลให้การผลิตน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินลดลงเช่นกัน

ปัจจุบัน ปริมาณน้ำมันเบนซินส่วนเกินในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 500,000 บาร์เรลต่อวันในครึ่งปีแรก 69 ซึ่งต่ำกว่าปริมาณน้ำมันดีเซลส่วนเกินอยู่แล้ว เท่ากับว่าการลดอัตราการใช้กำลังการกลั่นอาจทำให้ส่วนต่างหดแคบลงเหลือไม่ถึง 100,000 บาร์เรลต่อวันหรือแม้กระทั่งเข้าสู่ภาวะขาดแคลนหากเกิดเหตุให้โรงกลั่นต้องหยุดเดินเครื่องนอกแผน ดังนั้น crack spread ของน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินจึงอาจได้รับแรงหนุน แม้ว่าสหรัฐฯ จะจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลเพียงบางส่วนก็ตาม

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า โรงกลั่นในสหรัฐฯ เดินเครื่องใกล้เต็มกำลังการผลิตแล้ว โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 97% ขณะที่การเลื่อนกำหนดซ่อมบำรุงโรงกลั่นออกไปอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องนอกแผน ซึ่งจะกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุน crack spread ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในเอเชีย

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI จึงคงน้ำหนักการลงทุน Neutral ในกลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย โดยมองว่ากลุ่มโรงกลั่นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ากลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งน่าจะประสบปัญหาอุปทานล้นตลาดต่อไปอีกหลายปี ทั้งนี้ upside risk อาจเกิดจากปัญหาการหยุดชะงักของกำลังการกลั่นที่สูงกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon