วันพุธ 7 ตุลาคม 2026

CGSI : กลุ่มค้าปลีก SSSG เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน ยังแนะนำ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน”

มิติหุ้น – กลุ่มค้าปลีก SSSG เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจน ยังแนะนำ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” เลือก BJC และ CPALL เป็นหุ้น Top pick

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มค้าปลีกไทย เลือก BJC และ CPALL เป็นหุ้น Top pick โดยจากการติดตามอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในช่วงที่ผ่านมา ยังสนับสนุนให้เข้าสะสมหุ้น BJC และ DOHOME เนื่องจากยอดขายส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้น CPALL ก่อนที่ SSSG ของ 7-Eleven จะกลับมาฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริโภคน่าจะใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้การจับจ่ายซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการน้อยลง

สำหรับ MOSHI มองว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายเดือนก.ย. เพียงชั่วคราว และแนะนำให้ใช้จังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงเข้าสะสมหุ้น ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่จะช่วยให้กลุ่มค้าปลีกมีการประเมินมูลค่าสูงขึ้น ได้แก่ SSSG ที่ฟื้นตัวในวงกว้างและอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วมที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่วน downside risk มาจากการบริโภคที่อ่อนตัวต่อเนื่องและผลกระทบเพิ่มเติมจากสถานการณ์น้ำท่วม

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ประมาณการว่า BigC จะมี SSSG อยู่ที่ +2.5% ในเดือนก.ย. 69 ซึ่งจะทำให้ SSSG อยู่ที่ +0.2% ในไตรมาส 3/69 ทั้งนี้ จากการติดตามดูแนวโน้มยอดขาย เชื่อว่า SSSG ของ BigC อยู่ที่ประมาณ +2-3% ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.ย. ก่อนจะเกิดอุทกภัยในช่วงปลายเดือน แสดงว่ายอดขายฟื้นตัวจากอุปสงค์ที่แท้จริง ไม่ใช่จากการซื้อตุนสินค้าจากความกังวลเรื่องน้ำท่วม นอกจากนี้ คาดว่าสาขาของ BigC ทุกรูปแบบมี SSSG เป็นบวกในเดือน ก.ย. นำโดย supermarket และ hypermarket ในขณะที่ Mini ยังเป็นบวกเล็กน้อย แม้จะปิดให้บริการชั่วคราวบางสาขา

ขณะเดียวกัน ประมาณการว่า SSSG ในเดือนก.ย. ของ MMVN จะอยู่ที่ +7.0% ในรูปสกุลเงินดองเวียดนามและ +12.2% ในรูปสกุลเงินบาท ส่งผลให้ SSSG ในไตรมาส 3/69 อยู่ที่ +9.7% และ +13.0% ตามลำดับ ดังนั้น การฟื้นตัวของ BigC และการเติบโตอย่างมั่นคงของ MMVN จึงช่วยสนับสนุนมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ฯ ที่ว่าการปรับทิศทางการเติบโตของ BJC เริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ คาด SSSG ของร้าน 7-Eleven (CPALL) ในเดือนก.ย. อยู่ที่ +1.5% สอดคล้องกับประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งจะส่งผลให้ SSSG ในไตรมาส 3/69 อยู่ที่ +1.5% เช่นกัน และถึงแม้ว่าเหตุน้ำท่วมช่วงปลายเดือนก.ย. จะส่งผลให้ 7-Eleven ต้องปิดให้บริการมากกว่า 100 สาขา แต่ก็ทำให้บางสาขามียอดขายพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน ดังนั้น จึงมองว่าผลกระทบโดยรวมต่อเครือข่ายสาขากว่า 16,000 แห่งมีจำกัด

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่า MRDIYT จะมี SSSG ลดลงจาก +1.0% ในเดือนก.ค. เป็น +0.5% ในเดือนส.ค. และ +0.3% ในเดือนก.ย. ซึ่งจะทำให้บริษัทมี SSSG อยู่ที่ +0.6% ในไตรมาส 3/69 สะท้อนแรงกดดันจากการใช้จ่ายที่ลดลงของผู้มีรายได้น้อยและผลกระทบจากการปิดให้บริการสาขาช่วงน้ำท่วมในปลายเดือน ก.ย.

สำหรับ MOSHI ทำประมาณการ SSSG อยู่ที่ +0.1% ในเดือนก.ย. หรือลดลงจากที่ประเมินไว้ในช่วงครึ่งเดือนแรกที่ +3-4% ซึ่งจะทำให้ SSSG อยู่ที่ +3.9% ในไตรมาส 3/69 โดยคาดการณ์ว่า SSSG ในเดือน ก.ย. ของธุรกิจค้าส่งจะอยู่ที่ -17.0% ส่วนของธุรกิจค้าปลีกน่าจะยังมี SSSG สูงที่ประมาณ +2.5% (เทียบกับ +2.2% ในเดือน ส.ค.) ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวและจังหวะการชะลอตัวของยอดขายโดยรวมชี้ว่าน้ำท่วมมีผลกระทบต่อยอดขาย ขณะที่อุปสงค์ของธุรกิจค้าปลีกยังคงแข็งแกร่งแม้จะมีการปิดสาขาชั่วคราว

ขณะที่คาดว่า SSSG ของ DOHOME จะอยู่ที่ +4.2% ในเดือนก.ย. นำโดยการเติบโตของยอดขายหลังบ้าน (SSSG +9.0%) และจะทำให้บริษัทมี SSSG อยู่ที่ +5.5% ในไตรมาส 3/69 ขณะที่ความต้องการวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยหนุนสมมติฐานของฝ่ายวิเคราะห์ฯและสอดคล้องกับยอดขอใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม SSSG จากยอดขายหน้าร้านของ DOHOME น่าจะลดลง 1.0% ในเดือนก.ย. แต่ความต้องการสินค้าตกแต่งบ้านคาดจะฟื้นตัวตามความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลดีต่อ GLOBAL ด้วยเช่นกัน แม้ว่าอุปสงค์ที่อ่อนตัวในภาคเหนือ (25-30% ของยอดขายรวมของบริษัท) น่าจะยังกดดันผลประกอบการ เราจึงคาดว่า GLOBAL จะมี SSSG อยู่ที่ -5.0% ในเดือน ก.ย. และ -5.2% ในไตรมาส 3/69

สำหรับ HMPRO พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมช่วงปลายเดือนก.ย. คิดเป็นประมาณ 50-60% ของยอดขายของร้าน HomePro และมองว่าอุปสรรคในการเดินทางน่าจะทำให้ร้าน HomePro/MegaHome มี SSSG ลดลงเหลือ -2%/+1% ในเดือน ก.ย. เทียบกับประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯที่ +1%/+3% ในช่วงครึ่งเดือนแรก และส่งผลให้ SSSG อยู่ที่ -3.0%/-0.4% ในไตรมาส 3/69 ทั้งนี้ มองว่ายอดขายที่อ่อนตัวเกิดจากการที่ลูกค้าเลื่อนระยะเวลาการซื้อสินค้าออกไป ดังนั้น เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ บวกกับอาจมีอุปสงค์จากความต้องการในการซ่อมแซมและซื้อสินค้าทดแทนที่ได้รับความเสียหาย เชื่อว่าจะช่วยหนุนให้ยอดขายของ HMPRO กลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/69

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon