
มิติหุ้น – ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท แอส ชัวร์ เทคโนโลยี จำกัด และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวม 5 ราย กรณีให้บริการแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ www.vcex.io และแอปพลิเคชัน VCEX (แพลตฟอร์ม Vcex.io) ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีกระทำการเข้าข่ายการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) รวมทั้งแจ้งกระทรวงดีอีเพื่อปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลบนแพลตฟอร์มดังกล่าว
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2564 – 2 กันยายน 2565 บริษัท แอส ชัวร์ เทคโนโลยี จำกัด (บจก. แอส ชัวร์) นายศิวนัส ยามดี และนางสาวพิมพ์ชยา วัฒนกุลโยธิน ได้ร่วมกันให้บริการแพลตฟอร์ม Vcex.io ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ใช้บริการสามารถจับคู่คำสั่งซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองได้
บนแพลตฟอร์มดังกล่าว อีกทั้งมีการเก็บค่าธรรมเนียมอันเป็นการกระทำเป็นทางค้าปกติ มีการให้บริการเป็นภาษาไทย และมีการประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์ม Vcex.io ผ่านการจัดกิจกรรมตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมถึงผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการ
ปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 26 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ อันมีความผิดและระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. ฉบับเดียวกัน ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
นอกจากนี้ ในช่วงเกิดเหตุ นายยุทธนา ศรีสุริยาภรณ์ นายศิวนัส ยามดี และนายกีรติ ประสานไทย ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ บจก. แอส ชัวร์ บุคคลทั้ง 3 ราย จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับ บจก. แอส ชัวร์ ตามมาตรา 94 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวทั้ง 5 ราย ได้แก่ (1) บจก. แอส ชัวร์ (2) นายยุทธนา (3) นายศิวนัส (4) นายกีรติ และ (5) นางสาวพิมพ์ชยา ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปจะอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ
โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีและจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้นำส่งข้อมูลแพลตฟอร์ม Vcex.io ต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี)
ซึ่งเป็นไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
ที่ให้อำนาจกระทรวงดีอี สั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ลงทุนและยับยั้งการใช้แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นช่องทางการฟอกเงินของมิจฉาชีพ โดยประชาชนจะไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มได้ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569
ก.ล.ต. จึงขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th และแอปพลิเคชัน SEC Check First และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert
หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทาง Facebook page “สำนักงาน กลต.” หรือ Sec Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป

































