
มิติหุ้น – บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ชี้ มรสุมบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ชะลอตัวชั่วคราว ดันหุ้นไทยลุ้นเกิด Short-Term Relief Rally ชู 3 ปัจจัยบวกผ่อนคลายฟันด์โฟลว์-ชู 5 หุ้นเด่นรับงาน IMF-World Bank
บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดทุนโลกและตลาดหุ้นไทย โดยระบุว่าแม้ตลาดการเงินโลกและเอเชียยังคงเผชิญสภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) จากความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์และการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติ แต่ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชั่วคราว (Short-Term Relief Rally) จากปัจจัยบวกด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) ที่ย่อตัวลง การหมุนเวียนเม็ดเงินออกจากกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ และการที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ในช่วงกลางเดือนนี้
ผ่อนคลายระยะสั้น: บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ย่อตัว ผลประมูลพันธบัตร 30 ปีตอบรับดี ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวผ่อนคลายลงชั่วคราว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10Y Bond Yield) ปรับตัวลดลงจากระดับ 5.34% มาอยู่ที่ 5.23% ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก 2 ปัจจัยหลัก:
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลง: ราคาน้ำมันดิบ WTI ย่อตัวลงใกล้ระดับ 91 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ จะยังไม่ดำเนินมาตรการทางทหารโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เนื่องจากผลการหารือระหว่างสองประเทศมีความคืบหน้าเชิงบวก ช่วยลดแรงกดดันต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางระยะสั้น
- ความต้องการซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีแข็งแกร่ง: ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี วงเงิน 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก โดยมีอัตราส่วนความต้องการซื้อต่อจำนวนที่เสนอขาย (Bid-to-Cover Ratio) สูงถึง 2.54 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอดีตที่ 2.41 เท่า
อย่างไรก็ดี บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังความผันผวนในระยะยาว เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังคงส่งสัญญาณเข้มงวด (Hawkish) เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนกันยายนของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะปรับตัวขึ้นแตะระดับ +3.6% YoY สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ +3.4% YoY
หุ้น AI Hardware ผันผวนจากงบ OpenAI ต่ำคาด สวนทาง TSMC ทำสถิติใหม่ ในมิตินวัตกรรมและเทคโนโลยีสากล ตลาดหุ้นกลุ่ม AI Hardware เผชิญแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น นำโดย CoreWeave (-8%), Oracle (-6%) และ Nvidia (-2.9%) หลัง OpenAI รายงานรายได้ต่อปี (Annualized Revenue) ณ สิ้นเดือนกันยายนอยู่ที่ประมาณ 5.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับ OpenAI ได้ยกเลิกแผนการเปิดตัวโมเดล GPT-6.1 Astra เนื่องจากยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย และระบุว่ายังไม่ถึงเวลาอันเหมาะสมในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในทางกลับกัน บริษัทผู้ผลิตชิปชั้นนำระดับโลกอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ได้รายงานรายได้ไตรมาส 3/2569 สูงถึง 1.49 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่1.46 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ชิปขั้นสูง (Advanced Node) สำหรับ GPU และ CPU ประมวลผล AI พร้อมแผนปรับขึ้นราคาผลิตชิปในปีหน้า สะท้อนถึงอำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) ที่แข็งแกร่ง
เจาะลึกตลาดหุ้นไทย: 3 เหตุผลหนุน SET รีบาวด์สู้แรงขายต่างชาติ ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลง 14 จุด (-0.88%) มาอยู่ที่ระดับ 1,570.61 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ (-2.80%) หลังมีกระแสข่าวการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีจากนักท่องเที่ยว 3 รายการ (ค่า PSC, ค่าเหยียบแผ่นดิน, ภาษีออกนอกประเทศ) รวม 2,570 บาท ผสานกับความกังวลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนกันยายนที่ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากวิกฤตน้ำท่วมและราคาน้ำมันดีเซลที่สูงเกิน 40 บาท/ลิตร อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเกิด Short-Term Relief Rally และแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มชะลอตัวลง จาก 3 เหตุผลหลัก:
- Bond Yield สหรัฐฯ ย่อตัว: ช่วยลดแรงกดดันต่อการอ่อนค่าของเงินบาท และลดแรงจูงใจในการดึงเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่
- การหมุนเวียนเม็ดเงิน (Sector Rotation): การปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และเอเชียเหนือ ส่งผลให้ฟันด์โฟลว์เริ่มชะลอการกระจุกตัว และมีโอกาสไหลหมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีต่ำอย่างตลาดหุ้นไทย
- การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ IMF-World Bank 2569: การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดสายตานักลงทุนทั่วโลก และส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่มหุ้นอิงการบริโภคในประเทศ (Domestic Play) กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มการแพทย์
แนะนำหุ้นเด่นและทิศทางเทคนิคประจำวัน บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนดักทิศทาง Relief Rally ในหุ้นกลุ่ม Domestic Play, ท่องเที่ยว และการแพทย์ โดยคัดสรรหุ้นเด่นประจำวัน ได้แก่:
- DISNEY19 : เข้าสู่ช่วง High Season ของผลประกอบการไตรมาส 4 โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Avengers: Doomsday”
- AAPL80 : รับปัจจัยบวกจากการเตรียมวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนหน้าจอพับรุ่นแรกของบริษัทเร็วๆ นี้
- BEM: มีโอกาสสูงในการคว้าสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ผสานแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดทำจุดสูงสุด (Peak) ของปี จากปริมาณผู้โดยสารที่ฟื้นตัวเต็มที่ (แนวรับ 6.25 บาท / แนวต้าน 6.60 บาท / จุดตัดขาดทุน 6.10 บาท)
- COM7: คาดกำไรไตรมาส 3/2569 เติบโตโดดเด่นมากกว่า +30% YoY จากการเปิดตัวและวางจำหน่าย iPhone รุ่นใหม่ ดันยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโตสูง ผสานพอร์ตสินเชื่อ UFund ขยายตัวแกร่ง (แนวรับ 32.50 บาท / แนวต้าน 34.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 31.75 บาท)
- BCH: แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยต่างชาติครึ่งปีหลัง (2H26) เติบโตแกร่ง YoY นำโดยกลุ่มคนไข้ตะวันออกกลาง (UAE) ที่ทยอยเดินทางเข้ามารักษามากกว่าคาด พร้อมมี Upside เพิ่มเติมจากการปรับเพิ่มค่าหัวผู้ป่วยประกันสังคม (แนวรับ 11.60 บาท / แนวต้าน 12.10 บาท / จุดตัดขาดทุน 11.30 บาท)
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
































