วันพฤหัสบดี 22 ตุลาคม 2026

MBK ทริสคงเครดิตหุ้นกู้ที่ “A-” อสังหาฯ -รร.ทยอยฟื้นตัว

มิติหุ้น-MBK หรือ บมจ. เอ็ม บี เค โดย ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่)อันดับเครดิตสะท้อนถึงแหล่งรายได้และกําไรที่มีการกระจายตัวของบริษัท โดยมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์เป็นธุรกิจหลักซึ่งทริสเรทติ้งคาดว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าผลการดําเนินงานของธุรกิจโรงแรมจะทยอยฟื้นตัว ภายหลังการชะลอตัวลงเล็กน้อยในปี 2569 ภาระหนี้ทางการเงินจะปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และความยืดหยุ่นทางการเงินจะยังคงแข็งแกร่ง

โดยได้รับแรงสนับสนุนจากพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทอย่างไรก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากภาวะที่ท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย สัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริการทางการเงินที่ลดลงตามการทยอยลดขนาดของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเร็วในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การประเมินอันดับเครดิตในปัจจุบันของทริสเรทติ้งยังไม่ได้รวมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการต่ออายุสัญญาเช่าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์(MBK Center)ประเด็นสําคัญที่กําหนดอันดับเครดิตแหล่งรายได้และกําไรที่มีการกระจายตัวทริสเรทติ้งมองว่าสถานะเครดิตของบริษัทยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากแหล่งรายได้และกําไรที่มีการกระจายตัว การดําเนินธุรกิจในหลายกลุ่มซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ที่แตกต่างกัน ช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะชะลอตัวในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งที่มีต่อผลการดําเนินงานรวมของบริษัทประโยชน์จากการกระจายตัวของธุรกิจดังกล่าวเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 แม้ว่า EBITDA จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และธุรกิจโรงแรม (หลังหักต้นทุนทางการเงินของธุรกิจบริการทางการเงินและไม่รวมส่วนแบ่งกําไรและรายได้เงินปันผล)จะลดลงอย่างมากจากข้อจํากัดด้านการเดินทางและกิจกรรมของผู้บริโภคที่ซบเซา แต่ EBITDA จากธุรกิจบริการทางการเงินยังคงมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วน EBITDA จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ลดลงมาอยู่ที่ 30%

ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนติดลบ 6% ส่วนธุรกิจบริการทางการเงินกลายเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนEBITDA สูงที่สุดที่48% ขณะที่ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจอื่น ๆ ได้แก่ สนามกอล์ฟ อาหาร อสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย และธุรกิจประมูลภายหลังการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาด สัดส่วนกําไรของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของบริษัทซึ่งมีผลการดําเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ทยอยกลับมามีน้ําหนักมากขึ้น

ครึ่งแรกของปี 2569 สัดส่วน EBITDA จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 51% และธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16% ขณะที่ธุรกิจบริการทางการเงินมีสัดส่วนประมาณ 22% โดยส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจอื่น ๆนอกจากนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทยังได้รับรายได้เงินปันผลจํานวนมากถึง 1.1 พันล้านบาทจากเงินลงทุน ซึ่งเป็นแหล่งกระแสเงินสดเพิ่มเติมนอกเหนือจาก EBITDA อีกทั้งบริษัทยังได้เข้าสู่ธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพผ่านบริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) (PRG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย โดย PRG ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จํากัด (มหาชน) ในสัดส่วน 20% การลงทุนดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มการกระจายตัวของพอร์ตการลงทุนของบริษัทและสร้างแหล่งรายได้เงินปันผลเพิ่มเติมในอนาคต

 

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon