
ผู้สื่อข่าว มิติหุ้น รายงาน บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี หรือ EE ดำเนินธุรกิจขายสินค้าการเกษตรและพลังงาน โดย “แหล่งข่าววงการอุตสาหกรรม” เปิดเผยว่า ทิศทาธุรกิจในช่วงไตรมาส 1/64 มีโอกาสเติบโตก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/63 ที่ขาดทุนสุทธิ 29.34 ล้านบาท
บุ๊กส่วนแบ่งโรงไฟฟ้า
โดยเป็นผลมาจาก “โรงไฟฟ้า SSUT” ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกันเป็นระบบ Cogeneration โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานหลักขนาด 240 MW (EE ถือหุ้นสัดส่วน 25%) กลับมาผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ จากเมื่อช่วงเดือน ต.ค. 63 ได้ปิดซ่อมบำรุง ซึ่งการกลับมาเปิดผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 1/64นั้น ส่งผลให้ยอดขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น ทำให้ EE มีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วย
เนื้อทุนทุนใหญ่จ้อง
ทั้งนี้ในปัจจุบัน EE ยังอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร โดยมีพันธมิตรรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)และนอกตลาด เข้ามาเจรจาขอซื้อกิจการ “โรงไฟฟ้า SSUT”ขนาด 240 MW ในสัดส่วนที่ EE ถือหุ้นอยู่ 25% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งพันธมิตรรายนี้ได้เตรียมเงินทุนเพื่อไว้ซื้อกิจการโรงไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนอย่างเร็วสุดในช่วงไตรมาส 2/64 นี้ หรือ ช้าสุดในช่วงครึ่งปีหลัง
“หาก EE สามารถปิดดีลขายกิจการโรงไฟฟ้าครั้งนี้ได้เป็นผลสำเร็จ จะทำให้ EE บันทึกกำไรพิเศษเข้ามา และมีเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา 2-3 ธุรกิจ” แหล่งข่าว กล่าว
เคาะเป้า 1.04บ.
“นักวิเคราะห์หลักทรัพย์” เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยเริ่มมีมุมมองเชิงบวกหุ้น EE จากกรณีที่โรงไฟฟ้า SSUT กลับมาเดินหน้าตามปกติ สนับสนุนให้ผลงานไตรมาส 1/64 เติบโตโดดเด่น ส่วนประเด็นการที่มีกลุ่มทุนสนใจซื้อโรงไฟฟ้า SSUT นั้น มีโอกาสสูงที่จะเห็นภายในปีนี้ ล่าสุดการเจรจาเดินหน้าไป70% แล้ว ทำให้ EE บุ๊กกำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าเข้ามา แนะนำ “ซื้อ” เป้าหมาน 1.04 บาท
www.mitihoon.com


































