
ตลาดหุ้นไทยปิดสิ้นปี 68 วันสุดท้าย (30ธ.ค.68) ที่ 1,260.68 จุด ลดลง12จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3หมื่นลบ.และที่น่าทึ่ง! คือ พบว่าหุ้นในกระดานทั้งบิ๊กแคป หุ้นขนาดกลางและเล็กกว่า 400 บริษัท ราคาต่ำบุ๊ก จนบางตัวราคาในกระดานยังต่ำกว่าต้นทุนของเจ้าของบริษัทเสียด้วยซ้ำ
Valuation ถูกมาก
เช่นเดียวกับ “ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) กูรูแวดวงตลาดทุนไทยก็ยังกล่าวในงานสัมมนา “Thailand The Next 4 Years” ของ “มิติหุ้น” ที่จัดร่วมกับ “The Better” ปลายปีที่ผ่านมา ว่าตลาดหุ้นไทยจัดว่า Valuation ถูกมากเทรดกันที่ PE ที่ 13.20 เท่า (ไม่รวมหุ้น DELTA) และยังพบว่าหุ้นทั้งกระดานกว่า 460 กว่าบริษัท หรือ เกินครึ่งราคาต่ำกว่าบุ๊ก ซึ่งถือว่าเยอะมาก แม้ว่าดร.ก้องเกียรติจะแสดงความเป็นห่วงต่อความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย ที่ยังขาดหุ้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก อาทิ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยี AI ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือกลุ่ม TECH ต่างๆ ก็ตาม
ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ
ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่าการลงทุนปี 69 มีประเด็นการเลือกตั้งเข้ามา (8 ก.พ.69) พบว่าจากสถิติช่วงก่อนเลือกตั้ง 1-2 สัปดาห์จนถึง 1 เดือน หุ้นมักปรับตัวขึ้น และมีเงินสะพัดด้วยช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยประเมินว่าหากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วจะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนได้ แต่หากจัดตั้งรัฐบาลได้ช้าตลาดจะทรุดและซึมต่อไปอีกซึ่งรอบที่แล้วการจัดตั้งล่าช้าเนื่องมีเรื่องของ สว. ซึ่งครั้งนี้ไม่มีแล้ว ดังนั้นปี 69 กระแสเงินต่างชาติ หรือ ฟันด์โฟลว์มีโอกาสจะกลับเข้ามา ผ่าน NVDR โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กแคป ที่มีปัญผลสูงๆ อาทิ กลุ่มพลังงานนำโดย PTT กลุ่มแบงก์นำโดย BBL
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่จัดว่าปันผลสูงสุดนำโดย SIRI กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คาดปันผลปี 69 ยิลด์อยู่ที่ 9%, ICHI กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มคาดปันผลปี 69 ยิลด์อยู่ที่ 8.8%, STA กลุ่มธุรกิจการเกษตร คาดปันผลปี 69 ยิลด์อยู่ที่ 8.9%, PRM กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ คาดปันผลปี 69 ยิลด์อยู่ที่ 8.1% เป็นต้น
หุ้นไทย Downside จำกัด
อย่างไรก็ตามด้านมุมมองนักลงทุนสถาบันอย่าง บลจ.กสิกรไทย โดย “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า คาดเป้าหมายดัชนีปี 69 ไว้ที่ 1,375 จุด อิง P/E ที่ระดับ 14 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งประเมินว่าปี 69 Downside เริ่มจำกัด ดังนั้นดัชนีที่ระดับนี้จึงถือเป็นจุดที่น่าสนใจเข้าลงทุนได้โดยเฉพาะกลุ่มปันผลสูง ซึ่งยังดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้ช่วงดอกเบี้ยขาลง โดยกลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ แบงก์ พลังงานรวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ด้วย
เปิดหุ้นพื้นฐานปึ๊ก-เทรดต่ำบุ๊ก-ปันผลเด่น
ไม่เพียงเท่านี้ “มิติหุ้น” ยังได้รวบรวม 9 หุ้นที่โดดเด่นสุดในแต่ละกลุ่ม และยังเป็นหุ้นพื้นฐานแน่นปึ๊ก ปันผลเด่นที่สุด และราคายังต้นน้ำ เนื่องจากเป็นหุ้นที่ราคาต่ำบุ๊กแวลู่ ด้วยนำโดย กลุ่มพลังงาน PTT เทรดที่ P/BV เพียง 0.80 เท่า Dividen Yield ที่ 6.77%, กลุ่มแบงก์ BBL มี P/BV ที่ 0.55 เท่า Dividen Yield ที่ 5.03%, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA มี P/BV ที่ 0.83 เท่า Dividen Yield ที่ 4.88%, กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ SIRI มี P/BV ที่ 0.47 เท่า Dividen Yield ที่ 11.04%, กลุ่มเดินเรือ TTA มี P/BV ที่ 0.27 เท่า Dividen Yield ที่ 5.29%, กลุ่มธุรกิจการเกษตร NER มี P/BV ที่ 0.89 เท่า Dividen Yield ที่ 8%,
กลุ่มเหล็กที่มีผลกำไรโดดเด่น เนื่องจากดำเนินธุรกิจหลักด้านฐานรากให้กับโรงแรมใหญ่ๆในญี่ปุ่นมาร์จิ้นโดดเด่นต้องยกให้ MCS เทรดที่ P/BV เพียง 0.99 เท่า Dividen Yield ที่ 8.48%, กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ JMT มี P/BV ที่ 0.47 เท่า Dividen Yield ที่ 7.67%, และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม APURE มี P/BV ที่ 0.83 เท่า Dividen Yield ที่ 4.88%

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon























