Pi Daily สัปดาห์นี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประกอบการ 4Q25 ซึ่งจะมีผลต่อราคาทองคำและหุ้น Technology ส่วนแรงงานในวันศุกร์ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ หนุนตลาดหุ้นระยะสั้น

15

มิติหุ้น – ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวก 237 จุด (+0.48%) ได้แรงหนุนจากการจ้างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2.2% แรงหนุนจากความกังวลอุปทานที่เกิดขึ้นจากการประท้วงในอิหร่านรวมไปถึงการโจมตีกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรพบว่าเพิ่มขึ้นเพียง 5 หมื่นรายแย่กว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.6 หมื่น แต่อย่างไรก็ตามอัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.4% ดีกว่าคาดการณ์ที่ 4.5% พร้อมกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกนที่ดีกว่าคาดการณ์ ทั้งนี้หลังจากทราบผลพบว่า US Bond Yield กลับปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าตลาดให้น้ำหนักกับอัตราการว่างงานที่ลดลงผสานกับความเชื่อมั่นที่ปรับขึ้น ทางมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่าความเชื่อมั่นที่ปรับขึ้นมาจากความคาดหวังเชิงเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแต่ผู้บริโภคบางส่วนก็เริ่มรู้สึกคลายกังวลเกี่ยวกับภาระจากภาษีนำเข้า (รายงานฉบับนี้รวบรวมก่อนเกิดการบุกโจมตีเวเนซุเอลา) หรืออีกส่วนอาจเป็นเพราะราคาน้ำมันดิบที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นมา แต่ก็ยังเชื่อว่าเป็นเพียงการปรับขึ้นระยะสั้นเพราะยังเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน ในขณะที่ TSMC ได้รายงานยอดขายสำหรับเดือน ธ.ค. ที่ 3.35 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+20%YoY) และทั้งปี 25 ที่ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+31.6%YoY) ยังเห็นการเติบโตอยู่สำหรับรายเดือนเพียงแต่ชะลอลงบ้าง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสะท้อน Demand ที่แข็งแกร่งใน Semiconductor (+NVIDIA , GOOGL , MSFT , AMAZON) แนะรอติดตามผลประกอบกลุ่ม Tech ที่เหลือในช่วงปลายเดือน ม.ค. สำหรับปัจจัยในประเทศนักลงทุนทยอยรอติดตามผลประกอบการที่จะรายงานหลังจากนี้จะเริ่มที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์รวมไปถึงการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือน ก.พ. ทำให้ตลาดหุ้นช่วงนี้จะยังค่อนข้างไร้ปัจจัย ส่งผลให้ SET INDEX ในช่วงวันศุกร์ปิดทรงตัว (+0.04%) คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามโดยรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนวันอังคาร (CPI) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.7%YoY วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1245 – 1260 ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่ๆโดยเฉพาะในประเทศแต่ต่างประเทศอาจเข้ามาหนุนดัชนีได้บ้างจากความคาดหวังลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม Upside ยังคงจำกัดด้วยปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกเป็นรายตัว อาทิ หุ้นที่อิงกับผลประกอบการจากต่างประเทศ (MINT TU ITC) กลุ่มที่ปันผลดี (ICHI SCB KBANK KTB) ค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ปัจจัยหนุนการกระตุ้นของภาครัฐ ศูนย์การค้า (CPN) กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น อสังหาฯ (AP SPALI)

AP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท)

4Q25 คาดโอกาสเติบโต QoQ ต่อเนื่องจาก 1) กำหนดการเปิดโครงการใหม่ที่ยังสูง 2) อานิสงค์งานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 48 และ 3) GPM คาดฟื้นจากการรับรู้โครงการอัตรากำไรสูง

ICHI (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 13.90 บาท)

เลือก ICHI เป็น Top Pick ในกลุ่มเครื่องดื่มสำหรับปี 2026 จาก EPS growth เทียบ PE โดดเด่นสุดในกลุ่ม มีความเสี่ยงและปัจจัยกดดันจากภายนอกต่ำกว่ากลุ่ม เช่น ความเสี่ยงด้านความผันผวนของค่าเงินบาท ความไม่สงบชายแดน นอกจากนี้ยังมีผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจระดับ 8%-9% ขณะที่คาดแนวโน้มกำไรปกติ 4Q25 โตแข็งแกร่ง YoY

Regards,

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon