ASPS ตลาดหุ้นไทยส่อแววฟื้น ต่างชาติหวนซื้อ 5 พันล้าน รับอานิสงส์ AI-จีนฟื้นตัว พร้อมจับตาข้อเสนอ “ผ่าตัดใหญ่” โครงสร้างตลาดทุนเรียกคืนความเชื่อมั่น

15

มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการดีดตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และกระแส AI ที่กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หลัง TSMC รายงานงบการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยคลายความกังวลในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรง ในฝั่งไทยพบสัญญาณบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานขนาดใหญ่ต่อเนื่อง

ปัจจัยบวกจากต่างประเทศ: AI และสินค้าหรูหนุนตลาด ตลาดหุ้นโลกได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นแรง นำโดย TSMC ที่ประกาศแผนการลงทุนและคาดการณ์รายได้ที่เติบโตสูงจากความต้องการชิป AI นอกจากนี้ ภาคการบริโภคของจีนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าหรู (Luxury) ที่ยอดนำเข้าสินค้ากลุ่มเครื่องหนังกลับมาเติบโตในระดับ Double Digit เป็นครั้งแรกในรอบปี ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตราสารแสดงสิทธิฯ อย่าง DR: HERMES80 ที่มีสัดส่วนรายได้จากเอเชียสูง ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบโลก (Brent และ WTI) ปรับตัวลดลงกว่า 3-4% หลังจากความกังวลเรื่องสงครามลดลงและรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่โจมตีอิหร่าน

เจาะลึกตลาดหุ้นไทย: Fund Flow ไหลเข้า เล็งหุ้นใหญ่พื้นฐานดี สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) เริ่มเห็นสัญญาณการสร้างฐาน โดยดัชนีพยายามยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (SMA200) และจำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเริ่มมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลง สอดคล้องกับสัญญาณทางเทคนิคที่ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) เริ่มลดลง ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 2 วันทำการสูงถึง 5.0 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดซื้อสุทธิที่สูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค,, โดยฝ่ายวิจัยฯ แนะนำให้เก็งกำไรในหุ้นกลุ่มที่ต่างชาติเข้าซื้อโดดเด่นในช่วงนี้ ได้แก่:

  • กลุ่มสื่อสารและเทคโนโลยี:ADVANC
  • กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี:PTT, PTTGC, IVL
  • กลุ่มอุปโภคบริโภคและสื่อ:OSP, PLANB
  • กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง:CK

ประเด็นจับตา: การ “ผ่าตัดใหญ่” แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างตลาดทุน นอกเหนือจากปัจจัยระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาคือแนวทางการแก้ปัญหาตลาดหุ้นไทยในระยะยาว ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยมาตรการกระตุ้นระยะสั้นเพียงอย่างเดียว โดยมีการรวบรวมข้อเสนอจากพรรคการเมืองและองค์กรตลาดทุน (ตลท. และ FETCO) เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ผ่าน 4 ประเด็นหลัก:

  1. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (Justice Reform):ผลักดันให้มี “ศาลตลาดทุน” เพื่อให้การดำเนินคดีปั่นหุ้นหรือตกแต่งบัญชีทำได้รวดเร็วและเด็ดขาดขึ้น
  2. การดึงเม็ดเงินระยะยาว (Institutional Liquidity):การฟื้นกองทุนประหยัดภาษีรูปแบบใหม่ หรือ New LTF เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดและรองรับแรงขายจากต่างชาติ
  3. การปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Transformation):สนับสนุน Digital Asset และ Tokenization เพื่อดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่
  4. การรื้อโครงสร้างการกำกับดูแล (Regulatory Guillotine):ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและสร้างความเชื่อมั่นในหน่วยงานกำกับดูแล

นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการนำข้อเสนอเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะเรื่องกองทุน LTF รูปแบบใหม่และการจัดตั้งศาลตลาดทุน ซึ่งเปรียบเสมือน “กุญแจดอกแรก” ที่จะปลดล็อกความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทย

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon