
มิติหุ้น – GLOBAL โดย บล.พาย ระบุว่า เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 7.30 บาท เราคาดการเติบโตของกำไรสุทธิปี2026 จะโดดเด่นกว่ากลุ่มจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวดีตามการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า House brands ขณะที่การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากการปรับทีมขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขยายฐานลูกค้าไปรับงานรัฐบาลมากขึ้น นอกจากนี้เรามองว่าผลกระทบจากรายได้ภาคเกษตรที่ลดลงกดดันกำลังซื้อผู้บริโภคและภาพ SSSG ปี2025 จะจำกัดมากขึ้นใน 2026 จากราคาข้าวหอมมะลิที่เริ่มทรงตัวมากขึ้น
- คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 401 ล้านบาท (-23%YoY, +2%QoQ)
คาดยอดขาย 4Q25 ที่ 7.7 พันล้านบาท (+1%YoY, +3%QoQ) หนุนจากยอดขายสาขาใหม่ 6 สาขาที่เปิดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา แม้คาดว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ -5% YoY จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลงเป็นหลัก ส่วนผลกระทบจากความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาคาดว่าไม่เกิน 1%, การขยายสาขาช่วง 4Q25 บริษัทเปิดสาขาใหม่ระหว่างไตรมาส 3 สาขา ที่เวียงสา (น่าน), สมเด็จ (กาฬสินธุ์), ลาดยาว (นครสวรรค์) ทำให้บริษัทมีสาขาทั้งหมด 98 สาขาใน 4Q25 เทียบกับ 92 สาขาใน 4Q24 (+7%YoY) แบ่งเป็นสาขาในประเทศ 96 สาขา และ สาขาในกัมพูชา 2 สาขา
ในแง่อัตราการทำกำไร ประเมินอัตรากำไรขั้นต้น 4Q25 ที่ 26.5% ขยายตัว 60 bps YoY จาก 25.9% ใน 4Q24 หนุนจากสัดส่วนการขายสินค้า House brands ที่ 27% ใน 4Q25 ใกล้เคียงกับ 3Q25 และเพิ่มขึ้นจาก 24% ใน 4Q24 และการปรับราคาสินค้า House brands ขึ้น 5-10% ตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. 2025 ขณะที่ต้นทุนการขยายสาขาใหม่ยังคงกดดัน ทำให้คาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มเป็น 22.2% ใน 4Q25 เทียบกับ 20.0% ใน 4Q24 รวมความเสียหายจากน้ำท่วมภาคใต้ราว 30 ล้านบาทซึ่งจะรับรู้ยอดเคลมประกันกลับมาในช่วง 1H26
คาดส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในต่างประเทศงวด 4Q25 ที่ 31 ล้านบาท (-61%YoY) ผลจากการคุมราคาสินค้าในเมียนมา ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทลดลง
คาดกำไรสุทธิปี 2026 สดใสกว่ากลุ่ม
คาดกำไรปี 2026 ที่ 2.2 พันล้านบาท (+13%YoY) หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามมาการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้า House brands โดยบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนการขายสินค้า House brands ที่ 26% เพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2025 โดยเราประเมินทุก 1% ของสินค้า ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น 20 bps YoY
บริษัทมีแผนขยาย 5 สาขาในปี 2026 จาก 96 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 4/25 ซึ่งรวมสาขาอรัญประเทศที่คาดว่าจะเปิดช่วงปลายปี 2026 หากไทย-กัมพูชาสามารถเจรจากลับมาเปิดด่านได้อีกครั้ง
คำแนะนำ “ซื้อ” แนวโน้ม SSSG มีทิศทางกลับมาสดใส
มูลค่าพื้นฐาน 7.30 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 18xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยการซื้อขายของกลุ่มค้าปลีกสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้านระดับโลก (เดิม 8.20 บาท) หลังปรับลดประมาณการกำไรปี2026 ลง 11% เพื่อสะท้อนต้นทุนการขยายสาขาใหม่สูงกว่าคาด
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon





















