วันอังคาร 20 มกราคม 2026
หน้าแรก กองทุน-ประกัน

บลจ.แอสเซท พลัส จัด Digital Asset เข้าพอร์ตการเงินยุคใหม่

16

ปี 2569 กับการเปลี่ยนผ่านของ Digital Asset พร้อมมุมมองการจัดพอร์ตในโลกการเงินยุคใหม่     จาก บลจ.แอสเซท พลัส

               ในช่วงที่ผ่านมากลุ่ม Digital Asset ถูกประเมินให้เป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสข่าวและการเก็งกำไรเป็นหลัก มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ความกังวลด้านกฎระเบียบและความเสี่ยงในการเก็บรักษาทรัพย์สินธุรกิจเหมืองขุด Bitcoin ขณะที่การใช้งานจริงของ Blockchain ยังคงอยู่ในขั้นโครงการทดลองและนักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่ยังไม่กล้าแตะต้องเนื่องจากขาดกฎระเบียบที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนแปลงหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในปี 67  นำมาสู่การผ่านร่างกฎหมายสำคัญอย่าง GENIUS Act เพื่อกำหนดกรอบกำกับดูแลและมาตรฐานของ Stablecoin รวมถึงความคืบหน้าของร่างกฎหมาย Clarity Act  เป็นตัวเร่งให้เกิดการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีปริมาณธุรกรรมเทียบเท่ากับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกอย่าง Visa และ Mastercard โดยตลาดและสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Citi ได้คาดการณ์ว่าตลาด Stablecoin จะโตก้าวกระโดดแตะระดับเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030

นายกมลยศ สุขุมสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บลจ.แอสเซท พลัส  กล่าวว่า “ทิศทางของตลาด Digital Asset ตลอดปี 69 ยังคงมีมุมมองเชิงบวก โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าผ่าน ETF และความคาดหวังต่อการผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ในช่วงไตรมาสแรกถึงครึ่งปีแรกของปี 2026 อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังจำเป็นต้องติดตามความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะความเป็นไปได้ของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Digital Asset ในระยะ”

“ในมุมมองของการจัดพอร์ตการลงทุน บทบาทของ Digital Assets ในลงทุนยุคใหม่จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเก็งกำไรส่วนต่างราคาอีกต่อไป แต่ได้พัฒนาไปสู่การทำหน้าที่ที่หลากหลายมากขึ้น โดย Bitcoin ยังคงสถานะเป็นสินทรัพย์สำรองที่ไม่อิงกับอำนาจรัฐ หรือ “ทองคำดิจิทัล” ที่สถาบันการเงินเริ่มจัดสรรเข้าพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงท่ามกลางแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเหมืองขุด Bitcoin เช่น IREN หรือ Cipher Mining ได้ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสู่การให้บริการศูนย์ข้อมูลสมรรถนะสูง (HPC) เพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรายได้และยกระดับอัตรากำไรในระยะยาว นอกจากนี้ การพัฒนา Tokenization ของสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น พันธบัตรรัฐบาลหรือสินเชื่อภาคเอกชน ยังเปิดโอกาสใหม่ในการสร้างผลตอบแทน (Yield) ผ่านระบบบล็อกเชนที่มีสภาพคล่องสูง และสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายกมลยศกล่าว

บลจ.แอสเซท พลัส เห็นว่าในปี 69 เทคโนโลยีบล็อกเชนไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะ Stablecoin ที่ทำหน้าที่เสมือน “โครงข่ายหลัก” ของการชำระเงินยุคใหม่ ควบคู่ไปกับกระแส Tokenization และการบูรณาการกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการใช้งานจริง และมีบทบาทเป็นกระดูกสันหลังของระบบการเงินในอนาคตอย่างแท้จริง

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon