
มิติหุ้น – กระบี่ – 28 มกราคม 2569 บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “GGC” ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ “THAICOM” และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ “TGO” ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการ “การพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน” โดยได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์ม พร้อมทั้งประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์ม เพื่อนำไปขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตในโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในการพัฒนาสู่ธุรกิจและสังคมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันของประเทศไทย
นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์ม และประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์ม เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตในโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย โดย GGC จะเป็นผู้พัฒนาโครงการ โดยนำฐานข้อมูลในการพัฒนาคาร์บอนเครดิตมาใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเป็นโมเดลการประเมินการกักเก็บคาร์บอน และขอรับรองตามแนวทางการพิจารณารับรองวิธีการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้โดยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) สำหรับสวนปาล์ม สำหรับตรวจประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์มตามมาตรฐานที่ TGO กำหนด
การลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญและบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การกำหนดแนวทางและมาตรฐานการพัฒนาคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ GGC ในการต่อยอดการพัฒนาโครงการสู่การปฏิบัติจริง เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลและผลการประเมินตามแนวทางมาตรฐานของประเทศไทย ขณะเดียวกัน ยังเอื้อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในภาพรวม ผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ GGC ยังได้รับความร่วมมือจาก GIZ ในฐานะพันธมิตรที่ช่วยขับเคลื่อนโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Sustainable Palm Oil Production and Procurement Project for Climate Mitigation and Adaptation: SPOPP CLIMA) มาให้คำแนะนำต่อแผนดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการสวนปาล์มน้ำมัน และอำนวยความสะดวกในการประสานงานกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายในโครงการฯ
ทั้งนี้ ความยั่งยืนถือเป็นสิ่งที่มีความท้าทายและเป็นบริบทที่มีความสำคัญทั่วโลก ซึ่งไม่ได้เป็นหน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการร่วมกันโดยอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ในการดำเนินการด้านความยั่งยืนควบคู่กับธุรกิจอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรภายในประเทศ
นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยคม เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) เข้ามายกระดับมาตรฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ไทยคมได้นำข้อมูลจากดาวเทียม มาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยี AI และ ML มาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม CarbonWatch ซึ่งได้รับการรับรองจาก อบก. รายแรกในไทย และเราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีการศึกษาและต่อยอดแพลตฟอร์มนี้ มาสู่ภาคการเกษตรในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ภายใต้การร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกและการประเมินการกักเก็บคาร์บอนมีความแม่นยำ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล และมุ่งหวังให้โมเดลของโครงการนี้เป็นต้นแบบให้กับพืชเกษตรอื่นๆ ในอนาคตต่อไป
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เปิดเผยว่า องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์และคาร์บอนเครดิต ซึ่ง อบก. ได้พัฒนามาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือโครงการ T-VER ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย อบก. มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุนด้านเทคนิควิชาการในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก และติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางที่ อบก. กำหนดไว้ เพื่อให้พัฒนาเทคโนโลยีสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับใช้ประเมินคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ป่าไม้ เพื่อนำไปสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ T-VER ที่มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือในระดับสากล
ภายใต้กรอบความร่วมมือของทั้ง 3 ภาคีดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลในเชิงปฏิบัติและขยายการมีส่วนร่วมจากภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม GGC จึงได้ลงนามความร่วมมือเพิ่มเติมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำนวน 6 กลุ่ม ประกอบด้วย
- กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เอเจ เสริมสร้างปาล์มน้ำมันยั่งยืน
- กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสานฝันเพหลาพัฒนาเศรษฐกิจ
- กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร
- กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันทับทิม & ไชโย
- กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน RSPO พังงา
- กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตรังน้ำมันปาล์ม
ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงในการนำพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการกับ GGC รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรในการพัฒนาคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















