
มิติหุ้น – Pi Daily ประชุม FED ไม่มีอะไรตื่นเต้น J Powell เน้นย้ำบริหารงานตามข้อมูลที่ได้รับพร้อมยืนยันเป็นกลางต่อการดำเนินนโยบาย ไร้แรงกดดันจากการเมือง แต่มองเศรษฐกิจสหรัฐฯดีขึ้น (Hawkish เล็กน้อย) อย่างไรก็ตามหุ้นสหรัฐฯไปให้น้ำหนักกับผลประกอบการ (META ดีและมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง) ในประเทศไร้ปัจจัยนักลงทุนรอดูโค้งสุดท้ายการหาเสียงและจะเลือกตั้ง มองกลุ่มท่องเที่ยวน่าสนใจจากการเข้าใกล้ช่วงวันหยุดตรุษจีนและนักท่องเที่ยวจีนเริ่มเติบโตขึ้น WoW
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 12 จุด (+0.02%) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯคงดอกเบี้ยตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.2% หลังจากทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านที่อาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง
เมื่อคืนที่ผ่านมาที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม การประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการประชุมรายไตรมาสจึงไม่ได้มีการเผย Dot Plot รวมไปถึงคาดการณ์เศรษฐกิจ แต่คณะกรรมการมีมติเสียง 10 : 2 (2 เสียงลดดอกเบี้ยและ 10 เสียงคงดอกเบี้ย) มุมมองทางเศรษฐกิจจากเดิมใช้คำว่า Moderate มาเป็น Solid พร้อมกับยังเชื่อมั่นตลาดแรงงานว่าไม่ได้เปราะบางอย่างที่หลายๆนักวิเคราะห์กังวล ทางประธาน FED ออกมาแถลงว่ายังเน้นจุดยืนคือ Wait & See รอดูข้อมูลทางเศรษฐกิจ ระดับเงินเฟ้อปรับขึ้นแต่เป็นผลจากราคาสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น พร้อมยืนยันถึงความเป็นอิสระต่อการดำเนินนโยบายจากที่ก่อนหน้ามีแรงกดดันการเมือง หลังจากทราบผลประชุมพบว่า US Yield ทรงตัว CME FED Watch ให้น้ำหนักราว 86% ที่ FED จะคงดอกเบี้ยต่อไปในประชุมครั้งหน้า โดยรวมแล้วผลประชุม FED ถือว่าเข้มงวดเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถึงกับทำให้ตลาดตกใจ นักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับผลประกอบการอย่างเมื่อคืนมีการประกาศของ META (ดีกว่าคาด) TESLA (ดีกว่าคาด) MSFT (ดีกว่าคาด) แต่ตัวที่นักลงทุนให้น้ำหนักได้แก่ META แม้ Capex จะยังคงสูงแต่ตลาดเชื่อว่ากำไรจะตามมา คืนนี้รอติดตามผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน Bloomberg ประเมินไว้ที่ 2.06 แสนราย
สำหรับปัจจัยในประเทศวานนี้ SET INDEX ยังคงบวกได้เล็กน้อย (+0.3%) และยังเห็นกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าอยู่ แต่อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นการอ่อนค่าของเงินบาทกลับมาทดสอบ 31.13 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯอาจทำให้ Flow ต่างชาติระยะสั้นสะดุดได้ แต่ก็จะดีกับกลุ่มส่งออก (ITC TU) การอ่อนค่าของเงินบาทอาจมาจาก US Dollar กลับมาแข็งค่าจากถ้อยแถลงของ FED ประกอบกับก่อนหน้าอ่อนค่ามาค่อนข้างสูง วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1330 – 1350 ตลาดอาจพักตัวระยะสั้นรอดูปัจจัยทั้งผลประกอบการและกำลังเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้ง ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนกลับมาให้ความสนใจกับกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT ERW) ตามการค่อยๆฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนผสานกับเข้าใกล้เทศกาลตรุษจีนรวมไปถึงกลุ่มอิงการบริโภค (CPALL HMPRO) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) การเงิน (MTC SAWAD)
HMPRO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท)
มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 2,959 ล้านบาท จำนวนหุ้นไม่เกิน 394.50 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวนไม่เกิน 3% เทียบรอบก่อนที่ซื้อไป 180.19 ล้านหุ้น หรือ 1.37% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ราคาเฉลี่ย 7.52 บาท/หุ้น
ERW (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.40 บาท)
มองกำไรปกติ 4Q24 ยังมีโอกาสเติบโต QoQ จากปัจจัยฤดูกาล แต่มองยังอ่อนแอ YoY ด้วย 1) รายงานการเติบโตในเดือน ต.ค. RevPar อ่อนแอ -7% YoY จาก Occupancy ที่ทรงตัว ขณะที่ราคาห้องพักต่อคืนเฉลี่ยลดลง -7% YoY และ 2) คาดการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวยังชะลอตัว ประกอบกับนโยบายกระตุ้นภาครัฐ “เที่ยวดีมีคืน” (29 ต.ค. ถึง 15 ธ.ค.) คาดส่งเสริมการท่องเที่ยวเล็กน้อย แต่ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















