วันศุกร์ 3 เมษายน 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

TISCO ESU ส่องทรัมป์เตรียมเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟด ส่งผลให้ตลาดปรับคาดการณ์การลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่ กระทบราคาสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะโลหะมีค่า และ Bitcoin

90

Today’s Data Releases
  • ญี่ปุ่น, จีน, ยูโรโซน และสหรัฐฯ: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) เดือน ม.ค.
Key economic indicators
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
Source: Bloomberg, WSJ, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
  • ในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2026 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะเสนอชื่อนายเควิน วาร์ช ให้มาดำรงตำแหน่งประธาน Fed ท่านถัดไปต่อจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ที่จะหมดวาระในเดิือน พ.ค. 2026 และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราคาดว่านายเควิน วาร์ช จะได้รับการเสนอชื่อให้เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ Fed ก่อน ซึ่งจะเข้ามาแทนที่เก้าอี้ของนายสตีเฟน มิแรน ที่เพิ่งจะหมดวาระการเป็นกรรมการ Fed ในวันที่ 31 ม.ค. 2026 ที่ผ่านมา และค่อยขยับเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นประธานอีกทีในเดือน พ.ค. 2026
  • สำหรับประวัติการทำงานที่ผ่านมา: นายเควิน วาร์ช นับว่าเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการด้านเศรษฐศาสตร์ ตลาดการเงินและการเมือง เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาให้แก่สภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับทำเนียบขาวในช่วงปี 2002-2006 อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ Fed ในช่วงปี 2006-2011 และยังได้รับเชิญขึ้นกล่าวสุนทรพจน์จากสถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง Hoover Institution อยู่บ่อยครั้ง
  • สำหรับจุดยืนด้านนโยบายการเงิน: ในช่วงที่ผ่านมา ผู้เล่นหลายส่วนในตลาดทุนรวมถึงนักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน มองว่านายเควิน วาร์ช มีจุดยืนที่เข้มงวดด้านนโยบายการเงิน (Hawkish Stance) จากการสื่อสารในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาทิ การขยายงบดุลของ Fed หลังวิกฤติ “Subprime” นั้นไม่มีความเหมาะสม และอาจส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่สร้างความเสี่ยงด้านเสถียรภาพให้แก่ภาคการเงินอย่างไม่จำเป็น และในช่วงที่เกิดวิกฤติ “Subprime” นายเควิน วาร์ช มักจะกล่าวถึงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านสูงของเงินเฟ้ออยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าอัตราการว่างงานจะพุ่งสูงขึ้นมาก หรือในปี 2024 ที่ Fed ลดดอกเบี้ยลงกว่า 50bps ในการประชุมเดียว นายเควิน วาร์ช ระบุว่า Fed ควรลดอัตราดอกเบี้ยในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า
  • อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เข้าปี 2025 มุมมองของนายเควิน วาร์ช เริ่มเปลี่ยนไปทางผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม “มุมมองส่วนตัว” หรือ “วาระซ่อนเร้นทางการเมือง”) โดยระบุว่า Fed ควรจะพิจารณาผลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ต่อเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังกล่าวต่อว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะหนุนผลิตภาพแรงงาน (Productivity) และเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ซึ่งจะช่วยให้ Fed สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ และยังเคยกล่าวว่า Fed ควรมองข้ามผลของภาษีศุลกากรต่อเงินเฟ้อเนื่องจากเป็นปัจจัยชั่วคราวเพียงเท่านั้น
  • ทั้งนี้ นายเควิน วาร์ช ยังคงมองว่างบดุลของ Fed นั้นใหญ่เกินไป ซึ่งสร้างความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงเงินทุน โดยระบุชัดว่าภาคการเงิน (Wall Street) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย ขณะที่ภาคเศรษฐกิจจริง (Main Street) เข้าถึงสินเชื่อได้ยากกว่ามาก และ Fed ควรปรับลดงบดุล ซึ่งจะกดเงินเฟ้อลง และ Fed จะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ อีกทั้งยังจะหนุนให้บริษัทขนาดกลาง-เล็ก และครัวเรือนสามารถเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น
  • สำหรับวิธีการดำเนินงานของ Fed: นายเควิน วาร์ช มักจะวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติของ Fed ทั้งในด้านการยึดถือข้อมูลที่เข้ามา (Data Dependent) มากเกินไป และควรให้น้ำหนักกับคาดการณ์ในอนาคตมากขึ้น อีกทั้งยังเคยกล่าวหลายครั้งว่า การเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจต่อสาธารณชนอาจจะเป็นการผูกมัดตัวเองโดยไม่จำเป็น และการที่ Fed สื่อสารในลักษณะชี้นำล่วงหน้า (Forward Guidance) นั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์มากนัก
  • Our take: เรามองว่า ถึงแม้ปธน. ทรัมป์ จะกล่าวมาโดยตลอดว่า Fed ควรปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงให้มากกว่านี้ และการสื่อสารของนายเควิน วาร์ช จะโน้มไปทางผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา แต่การเข้ามาดำรงตำแหน่งประธาน Fed ท่านใหม่ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางดอกเบี้ยในปีนี้ จะเปลี่ยนแปลงไปจากที่เราและนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินไว้อย่างมีนัยสำคัญในทันที และการกำหนดดอกเบี้ยนโยบายของ Fed นั้นจะต้องอาศัยเสียงส่วนใหญ่จากองค์ประชุม 12 ท่าน (FOMC Members) และเสียงของประธานก็นับเป็นเสียงเดียวเท่านั้น โดยการที่ตลาดพยายามตีความว่านายเควิน วาร์ช นั้นเป็นผู้ที่มีมุมมอง “เข้มงวด” หรือ “ผ่อนคลาย” ก็เป็นหนึ่งในเครื่องสะท้อนที่ชัดเจนว่า ประธาน Fed คนใหม่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาสร้างรากฐานแนวคิดและพยายามโน้มน้าวกรรมการท่านต่างๆ ให้ได้ว่า “Fed ควรดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร ภายใต้เงินเฟ้อที่ค้างสูงเกินเป้าหมายมากว่า 5 ปี ขณะที่ตลาดแรงงานกำลังอยู่ในจุดเปราะบาง” อีกทั้งยังต้องใช้เวลาสร้างฉันทามติระหว่างกรรมการนโยบายการเงินท่านต่างๆ อย่างที่นายเจอโรม พาวเวลล์ สามารถทำได้ในหลายครั้
  • โดยเรายังคงมุมมองเดิมว่า Fed มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงราว 25-50bps ในปี 2026F จากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงกลับเข้าสู่เป้าหมายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังการส่งผ่านต้นทุนภาษีศุลกากรไปสู่ผู้บริโภคเริ่มปรับลดลง รวมถึงเงินเฟ้อในภาคอสังหาริมทรัพย์เองก็ไม่ได้เป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อมากเหมือนกับช่วงก่อน และค่าจ้างแรงงานที่ชะลอตัวลงเข้าสู่กรอบปกติมากขึ้น
  • อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดจะเพิ่มน้ำหนักการลดดอกเบี้ยของ Fed ขึ้น แต่เรามองว่าการที่ Fed จะสามารถลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเกินว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ยังจำเป็นต้องเห็นการอ่อนตัวลงของตลาดแรงงานที่มากขึ้น อาทิ อัตราการว่างงานพุ่งขึ้นสู่ 4.7% หรือมากกว่า และยังมีแนวโน้มแย่ลงต่อเนื่อง ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังเป็นเพียงความเสี่ยงหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ ในกรณีฐาน เรามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในปีนี้ จากนโยบายการคลังที่จะผ่อนคลายขึ้น และสภาวะการเงินที่ยังอ่อนตัว ซึ่งจะช่วยหนุนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน และภาคการจ้างงาน
  • ด้านงบดุล นายเควิน วาร์ช มีมุมมองที่ค่อนข้างแข็งกร่าวต่อการใช้นโยบายงบดุลของ Fed โดยระบุว่าขนาดของงบดุลนั้นใหญ่เกินไป ไม่มีความเหมาะสม และเป็นหนึ่งในต้นต่อของเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม การที่เราเห็นความตึงตัวของอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นในตลาดการเงินในช่วงที่ผ่านมา และ Fed กลับเข้ามาใช้นโยบายขยายงบดุล (Reserve Management Purchase) ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ก็เป็นเครื่องสะท้อนว่า ภายใต้กฎเกณฑ์ของภาคธนาคารในปัจจุบัน การจะปรับลดงบดุลนั้นไม่สามารถทำได้ง่าย และจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ใหม่ที่ส่งผลให้สภาบันการเงินมีความต้องการเก็บเงินสำรองน้อยลง ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นยากในระยะสั้น
  • ทั้งนี้ ยังควรจับตากระบวนการแต่งตั้งนายเควิน วาร์ช เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาพรรคริพับลิกันบางท่าน ระบุชัดว่าจะไม่รับรองคุณสมบัติของใครก็ตามที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธาน Fed หากการสอบสวนในคดีอาญาจากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ต่อนายเจอโรม พาวเวลล์ ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งอาจส่งผลให้การแต่งตั้งนายเควิน วาร์ช ล่าช้าออกไปได้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon