วันอังคาร 3 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

TISCO ESU ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทางการจีน (Official PMI) ในเดือน ม.ค. ปรับลดลงและออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

8

Today’s Data Releases
  • ฝรั่งเศส: ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI EU Harmonized) เบื้องต้น เดือน ม.ค.
Key economic indicators
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Official manufacturing PMI) ปรับลดลงสู่ระดับ 49.3 ในเดือน ม.ค. 2026 จาก 50.1 ในเดือน ธ.ค. 2025 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 50.1
  • ในบรรดาดัชนีย่อยหลัก พบว่า ดัชนีย่อยคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) ปรับตัวลดลงมากที่สุด โดยลดลงเหลือ 49.2 จาก 50.8 ในเดือน ธ.ค. ตามมาด้วยดัชนีย่อยผลผลิต (Output) ที่ลดลงเหลือ 50.6 จาก 51.7 ในเดือน ธ.ค. โดยการลดลงของดัชนี PMI ภาคการผลิตในเดือน ม.ค. นี้ เกิดจากอุปสงค์ในตลาดที่ไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม NBS ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ดัชนีย่อยคำสั่งซื้อใหม่และผลผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและผลิตผลทางการเกษตร, การขนส่งทางรถไฟ, การต่อเรือ และอุปกรณ์การบินและอวกาศ ยังคงอยู่เหนือระดับ 56 ในเดือน ม.ค. แต่ในทางตรงกันข้าม กิจกรรมการผลิตในกลุ่มการแปรรูปปิโตรเลียม ถ่านหิน และเชื้อเพลิงอื่นๆ รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ ปรับตัวลดลง
  • ด้านดัชนีย่อยต้นทุนการผลิต (Input cost) เพิ่มขึ้นสู่ 56.1 จาก 53.1 ในเดือน ธ.ค. โดยได้รับแรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงที่ผ่านมา ด้านดัชนีราคาผลผลิต (Output prices) เพิ่มขึ้นสู่ 50.6 จาก 48.9 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ดัชนีดังกล่าวอยู่เหนือระดับ 50 นับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2024
  • ด้านดัชนี PMI นอกภาคการผลิต (Official Non-manufacturing) ที่ประกอบด้วยดัชนีในภาคบริการและภาคการก่อสร้าง ปรับลดลงสู่ระดับ 49.4 ในเดือน ม.ค. 2026 จาก 50.2 ในเดือน ธ.ค. 2025 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 50.3 โดยมีสาเหตุมาจากการชะลอตัวของทั้งภาคบริการและภาคการก่อสร้าง โดยดัชนี PMI ภาคบริการลดลงเหลือ 49.5 จาก 49.7 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งผลสำรวจระบุว่า ดัชนี PMI ของกลุ่มบริการทางการเงิน, บริการตลาดทุน และอุตสาหกรรมประกันภัย อยู่เหนือระดับ 65 ขณะที่ดัชนี PMI ของกลุ่มค้าส่ง, ที่พักแรม และอสังหาริมทรัพย์ อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ด้านดัชนี PMI ภาคการก่อสร้างลดลงอย่างเห็นได้ชัดสู่ระดับ 48.8 จาก 52.8 ในเดือน ธ.ค. ซึ่ง NBS วิเคราะห์ว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงที่ผ่านมา และการเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจี
  • อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของดัชนี RatingDog China manufacturing PMI ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.3 ในเดือน ม.ค. จาก 50.1 ในเดือน ธ.ค. สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 50.0 โดยในบรรดาดัชนีย่อยหลัก พบว่า ดัชนีย่อยการจ้างงาน (Employment) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้นสู่ 50.2 จาก 49.6 ตามมาด้วยดัชนีย่อยผลผลิต (Output) ที่เพิ่มขึ้นสู่ 50.6 จาก 50.5 ด้านดัชนีย่อยคำสั่งซื้อใหม่ (New orders) ปรับลดลงเล็กน้อยสู่ 50.2 จาก 50.3 ทั้งนี้ บริษัทที่ถูกสำรวจรายงานว่า ความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าและการขยายฐานลูกค้าเป็นปัจจัยสนับสนุนคำสั่งซื้อใหม่
  • ด้านดัชนีย่อยที่เกี่ยวข้องกับการค้าและราคา พบว่า ดัชนีย่อยคำสั่งซื้อส่งออกใหม่ (New export orders) เพิ่มขึ้นสู่ 50.4 ในเดือน ม.ค. จาก 49.7 ในเดือน ธ.ค. โดยบริษัทที่ถูกสำรวจระบุว่าอุปสงค์จากลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ด้านตัวชี้วัดด้านราคา บ่งชี้ว่าราคาปรับสูงขึ้นในเดือน ม.ค. โดยดัชนีราคาต้นทุน (Input price) ขยับขึ้นสู่ 51.3 จาก 51.1 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งบริษัทที่ถูกสำรวจระบุว่าต้นทุนที่สูงขึ้นมาจากราคาโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น และท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ดัชนีย่อยราคาผลผลิต (Output prices) ได้ปรับตัวขึ้นสู่ 50.8 จาก 49.6 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ดัชนีอยู่เหนือระดับ 50 นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2024
  • ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของ NBS ลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ในขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของ RatingDog ยังคงยืนเหนือระดับ 50 ได้ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นผลมาจากความแตกต่างของกลุ่มตัวอย่างที่ถูกสำรวจ เนื่องจากดัชนี RatingDog มักจะมีความเกี่ยวข้องต่อกิจกรรมการส่งออกมากกว่า สะท้อนว่าภาคการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ในฝั่งของอุปสงค์ในประเทศยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ดัชนีย่อยราคาผลผลิตของทั้งสองดัชนีต่างปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับสูงขึ้นในเดือน ม.ค. สะท้อนว่าแรงกดดันเงินฝืดในปีที่ผ่านมาได้มีสัญญาณผ่อนคลายลง
  • การปรับลดลงอย่างรวดเร็วและแย่กว่าที่ตลาดคาดของดัชนี Official PMI ที่เน้นสำรวจภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ สะท้อนความอ่อนแอของแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แท้จริง โดยความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวลงอย่างมาก แม้เศรษฐกิจจีนในปี 2025 สามารถขยายตัวได้ 5% ตามเป้าหมายของรัฐบาล จากแรงหนุนของภาคการส่งออกที่ช่วยชดเชยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่อ่อนตัวลง ทั้งนี้ ในปี 2026 รัฐบาลจีนอาจหันมาใช้นโยบายที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และอาจปรับลดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีสู่ 4.5-5% (จากเป้าหมายเดิมที่ “ราว 5%” ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา) ตามทิศทางการมุ่งเน้นการเติบโตแบบมีคุณภาพ (High-quality growth) มากกว่าการเติบโตเชิงปริมาณ โดยเราคาดว่าทางการจีนจะมีมาตรการสนับสนุนอุปสงค์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าธนาคารกลางจีนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงรวม 20bps และปรับลดอัตราส่วนเงินสำรองตามกฎหมาย (RRR) ลง 50bps ในปีนี้เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสนับสนุนสภาพคล่องในระบบต่อไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon