
มิติหุ้น – Donald Trump ประกาศเสนอชื่อ Kevin Warsh ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ โดยทัศนคติของเขาที่มีต่อ Bitcoin เป็นบวกมากกว่า Jerome Powell อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตลาดมีความกังวลเรื่องแนวคิดการเงินสายเหยี่ยวของเขา
คณะกรรมาธิการเกษตรของวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านกฎหมาย CLARITY Act ส่งผลให้ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทเคอร์เรนซีถูกส่งต่อเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปที่คณะกรรมาธิการการธนาคารคาดว่า จะมีความเข้มข้นและยากลำบากกว่าเดิม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลตอบแทนของสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin)
River บริษัทให้บริการทางการเงินด้วย Bitcoin (BTC) เปิดเผยว่า ธนาคารชั้นนำในสหรัฐฯ กว่า 60% เปิดให้บริการหรือวางแผนให้บริการเกี่ยวกับ Bitcoin แล้ว ทั้งการซื้อขายและรับฝากสินทรัพย์ อย่างเช่น JPMorgan ที่กำลังพิจารณาเปิดบริการซื้อขายคริปโต
Standard Chartered รายงานว่า การเติบโตของ Stablecoin เพิ่มความเสี่ยงต่อธนาคารดั้งเดิม คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2571 เงินฝากในธนาคารสหรัฐฯ อาจไหลออกสู่ Stablecoin ถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ธนาคารท้องถิ่น (Regional Bank)
Tesla รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ยังคงถือครอง Bitcoin ที่ 11,509 BTC โดยไม่มีการขายออก มีมูลค่ารวม 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การที่ Bitcoin ปรับตัวลงมาที่ 88,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงสิ้นปี 2568 ทำให้ Tesla ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ตามราคาตลาด 239 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) เตรียมเปิดทางให้สามารถออก Crypto ETF ได้เร็วที่สุดภายในปี 2571 เปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงคริปโตได้ผ่านบัญชีโบรกเกอร์ คาดว่ากลุ่มการเงินรายใหญ่ เช่น Nomura Holdings และ SBI Holdings จะเป็นกลุ่มแรกที่เดินหน้าออก ETF
Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 1,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม รวมแล้วตลอดทั้งเดือนมีเงินไหลออกสุทธิ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเดือนที่แย่เป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ขณะที่ Spot Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลออก 353 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดทั้งเดือน ขณะที่ ETF ของ SOL และ XRP มีเงินไหลเข้าสุทธิเล็กน้อย
วิเคราะห์กราฟเทคนิค
Bitcoin (BTC)
Bitcoin (BTC) หลุดแนวรับสำคัญที่ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาพรวมถูกกดดันด้วยแนวโน้มขาลง ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวลงทดสอบระดับ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมตั้งแต่ปี 2565 รอให้ราคานิ่งก่อนค่อยทยอยลงทุน แนวต้านอยู่ที่ระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ยืนได้อย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นการฟื้นตัวของราคา
- แนวรับ: 2,200,000 บาท / 70,000 USD
- แนวต้าน: 2,600,000 บาท / 80,000 USD

Ethereum (ETH)
Ethereum (ETH) หลุดแนวรับสำคัญที่ 2,600 ดอลลาร์สหรัฐลงมาทำให้แนวโน้มกลายเป็นขาลงอย่างเต็มตัว แนวรับถัดไปอาจลงได้ถึงระดับ 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่ใช่เวลาที่จะเข้าซื้อจนกว่าราคาจะเริ่มนิ่ง เป้าหมายกลับขึ้นไปเหนือ 2,600 ดอลลาร์สหรัฐ ถึงจะกลับมาฟื้นตัวเป็นขาขึ้น
- แนวรับ: 60,000 บาท / 2,100 USD
- แนวต้าน: 84,000 บาท / 2,600 USD

Kite (KITE)
Kite (KITE) ทำผลตอบแทน 14.42% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาขึ้น หาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวที่แนวรับ 0.130 ดอลลาร์สหรัฐ หากรับไม่อยู่ให้ขายตัดขาดทุนไปก่อนและขายทำกำไรระยะสั้นที่แนวต้าน 0.1634 ดอลลาร์สหรัฐ
- แนวรับ: 4.1035 บาท / 0.130 USD
- แนวต้าน: 4.9146 บาท / 0.1634 USD

Pump.fun (PUMP)
Pump.fun (PUMP) ทำผลตอบแทน 9.79% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มกำลังฟื้นตัวจากแนวโน้มขาลง หาจังหวะซื้อเมื่อราคาย่อตัวไม่ต่ำกว่า 0.0020 ดอลลาร์สหรัฐ และขายทำกำไรที่แนวต้าน 0.0033 ดอลลาร์สหรัฐ หรือหากสามารถผ่านไปได้ แนวโน้มจะกลับตัวเป็นขาขึ้น
- แนวรับ: 0.065 บาท / 0.0020 USD
- แนวต้าน: 0.103 บาท / 0.0033 USD
จับกระแสการลงทุน
ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ออกมาคงดอกเบี้ยตามคาดและไม่มีการส่งสัญญาณที่มีผลต่อตลาด แต่ราคา Bitcoin (BTC) รวมถึงทองคำถูกเทขายหลังจากที่ Donald Trump ประกาศว่าจะเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งยึดแนวทางนโยบายการเงินตึงตัว ทำให้เกิดความกังวลว่าจะไม่เกิดการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดจนตามมาด้วยแรงเทขาย
ราคา Bitcoin ได้รับแรงกดดันจากการที่ราคาอยู่ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือ Spot Bitcoin ETF รวมถึงต้นทุนของผู้ถือครองระยะสั้นและต้นทุนการถือครองของ Strategy แนวโน้มมีโอกาสที่จะปรับตัวลงได้ต่อ
สัปดาห์นี้มีปัจจัยที่ต้องจับตา คือ การพูดคุยเรื่องกฎหมายคริปโต CLARITY Act ที่ทำเนียบขาว หากมีความชัดเจนอาจส่งผลบวกต่อตลาดได้ รวมถึงวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะมีประกาศอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payroll) คาดออกมาที่ 67,000 ตำหน่งจาก 50,000 ตำแหน่งในเดือนก่อน หากออกมาต่ำกว่าคาด จะเพิ่มโอกาสที่ FOMC จะลดดอกเบี้ย
กลยุทธ์การลงทุน: ตลาดคริปโตมีความเปราะบางสูง ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยบวกสำคัญเข้ามา แนวโน้มยังถูกกดดันจากแรงขาย สัปดาห์นี้อาจต้องชะลอการลงทุนไปก่อนไม่ว่าจะเป็น Bitcoin หรือเหรียญทางเลือก (Altcoin) จนกว่าจะมีปัจจัยบวกที่ฟื้นความเชื่อมั่นให้ตลาด
คำเตือน
- คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

























