
มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่แนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ โดยคาดว่าธุรกิจโรงแรมของ MINT จะมีรายได้เติบโต 6% yoy ในปี 69 จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในยุโรปและมัลดีฟส์ แม้ออสเตรเลียจะยังฉุดผลประกอบการ โดยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติของยุโรปน่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่ง European Travel Commission (ETC) คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น 6.8% yoy จากปี 68 เช่นเดียวกับมัลดีฟส์ที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดว่าสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 8% yoy เป็น 2.4 ล้านคนในปี 69 โดยมีปัจจัยหนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคาดว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของไทยจะกลับมาเติบโต 5% yoy เป็น 34.5 ล้านคนในปีนี้ ขณะที่โรงแรมส่วนใหญ่ของ MINT ในตลาดเหล่านี้ เน้นรองรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก รายได้จากธุรกิจโรงแรมจึงน่าจะเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงระดับกลางในปี 69
สำหรับธุรกิจอาหารของ MINT ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ประมาณการว่าในปีนี้น่าจะมีผลการดำเนินงานดีขึ้นเล็กน้อย โดยยอดขายสาขาเดิมและยอดขายรวมน่าจะเติบโตเพียง 1% yoy และ 2% yoy ตามลำดับ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยน่าจะยังซบเซา ซึ่งเมื่อรวมกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จึงคาดว่าธุรกิจอาหารของ MINT จะมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 69.0% ในปี 67 เป็น 66.7% ในปี 68 ก่อนจะค่อยๆฟื้นตัวมาอยู่ที่ระดับ 67.0% ในปี 69-70
ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/68 คาดว่าธุรกิจโรงแรมของ MINT น่าจะทำรายได้เพิ่มขึ้น 8% yoy เนื่องจากโรงแรมทั้งในไทยและมัลดีฟส์มีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยสูง อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงประมาณ 5% เมื่อเทียบกับเงินบาทไทยในช่วงไตรมาส 4/67-4/68 จึงกดดันรายได้จากโรงแรมในมัลดีฟส์ แต่ในทางกลับกันค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้น 3% เมื่อเทียบกับเงินบาทไทยในช่วงเวลาเดียวกัน ได้ช่วยให้รายได้จากโรงแรมในยุโรปเพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารคาดจะลดลง 0.5% yoy เนื่องจากเศรษฐกิจไทยอ่อนตัว ดังนั้นจึงคาดว่า MINT จะทำกำ ไรสุทธิรวม 2,656 ล้านบาทในไตรมาส 4/68 ลดลง 27% yoy แต่เพิ่มขึ้น 4% qoq
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่าแนวโน้มที่สดใสของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุโรปและมัลดีฟส์จะทำให้ sentiment ของ MINT ดีขึ้น และหลังจากปรับเพิ่มประมาณการกำไร ราคาเป้าหมายของ MINT จึงเพิ่มขึ้นเป็น 31 บาท จาก 29 บาท แต่ยังเท่ากับ EV/EBITDA 6.8 เท่าในปี 70 (-1.5SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) ขณะที่ยังแนะนำ “ซื้อ” สะท้อน EPS ที่เติบโตสูงในปี 69-70 จากรายได้ที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง นอกจากนี้เชื่อว่าราคาหุ้นอาจปรับตัวขึ้นจากการจัดตั้ง REIT หรือการ IPO ธุรกิจอาหาร ส่วน downside risk จะมาจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมของ MINT รวมทั้งการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร ซึ่งจะกระทบรายได้จากภูมิภาคนี้
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon























