วันพุธ 4 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

ASPS เตือนตลาดโลกเข้าโหมด “ระวังตัว” แนะถือเงินสดรอช้อนหุ้นไทย ชูเป็น “หลุมหลบภัย” รับกระแสเลือกตั้งปี 69

14

มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ทิศทางการลงทุนล่าสุด ชี้สัญญาณตลาดการเงินโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะ “Risk-Off” หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาสภาพคล่องที่เริ่มตึงตัว แนะนักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือเงินสด พร้อมมองตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งพักเงิน (Safe Haven) ชั้นดี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้งปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง

เกาะติดความเสี่ยงโลก: สงครามและสภาพคล่อง ฝ่ายวิจัยระบุว่า ปัจจัยแวดล้อมต่างประเทศมีความไม่แน่นอนสูง โดยราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบ BRENT ดีดตัวขึ้นแรงราว +2.3% แตะระดับใกล้ 68 เหรียญฯ/บาร์เรล สาเหตุหลักมาจากความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีรายงานเครื่องบินรบสหรัฐฯ ยิงทำลายโดรนอิหร่านในทะเลอาหรับ อ้างเหตุผลเพื่อป้องกันตนเอง ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน “ความหวังเรื่องสภาพคล่อง” ในตลาดโลกเริ่มแผ่วลง ข้อมูลจาก BofA Global Fund Manager Survey ชี้ว่าระดับการถือเงินสดของผู้จัดการกองทุนทั่วโลกลดลงเหลือเพียง 3.3% ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ต่ำกว่าช่วงวิกฤตปี 2008 และ 2020 สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันได้ “ทุ่มหมดหน้าตัก” ไปแล้ว ทำให้แรงซื้อใหม่ในระยะสั้นอาจจำกัด และเริ่มมีความเสี่ยงด้าน Valuation ที่ตึงตัว นอกจากนี้ ดัชนีความกลัว (Fear & Greed Index) ได้ปรับตัวลงสู่โซน “FEAR” และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มจูงใจมากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ Earnings Yield Gap เริ่มติดลบ ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการถือสินทรัพย์เสี่ยง

เจาะสนามการเมืองไทย 2026: “อนุทิน” เต็งหนึ่งนายกฯ สำหรับปัจจัยในประเทศ บล.เอเซีย พลัส ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยข้อมูลจาก Polymarket บ่งชี้ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปสูงถึง 70% ตามมาด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (21%) ซึ่งหากเป็นไปตามคาด อำนาจการบริหารอาจอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยที่มีความยืดหยุ่นสูง สถิติย้อนหลังการเลือกตั้ง 6 ครั้งล่าสุดระบุว่า SET Index มีโอกาส 83% ที่จะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.8% – 2.6% ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งไปจนถึง 1 เดือนหลังเลือกตั้ง โดยนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยเน้นไปที่สวัสดิการ (คนละครึ่ง/บัตรสวัสดิการ), การลดค่าไฟ, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan), และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้น GDP ไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ให้โตเกิน 1.6% ได้

กลยุทธ์การลงทุน: เน้นหุ้นไทยปันผลสูง-รับกระแสเลือกตั้ง จากความผันผวนของตลาดโลก ฝ่ายวิจัยแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือเงินสดในพอร์ตเป็น 20%–30% เพื่อรอจังหวะซื้อเมื่อตลาดย่อตัว, โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจในฐานะแหล่งพักเงิน เนื่องจากมีส่วนต่างผลตอบแทน (MEYG) สูงถึง 4.79%

หุ้นแนะนำ (Top Picks):

  1. หุ้นรับกระแสเลือกตั้ง:CPALL, TIDLOR
  2. หุ้นปันผลสูงและพื้นฐานดี:ICHI, COCOCO, SIRI, PTT, PTTEP

เกาะติดหุ้นเทคฯ โลก: Nintendo vs AMD สำหรับนักลงทุนต่างประเทศ ฝ่ายวิจัยวิเคราะห์ 2 หุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่:

  • Nintendo (7974 JP):รายได้ไตรมาส 4/68 โตกระฉูด +99.3% จากยอดขาย Switch 2 แต่กำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนชิปและภาษี เหมาะกับนักลงทุนที่ชอบความมั่นคงและรอรับรู้กำไรจากการขายแผ่นเกมในปีหน้า
  • AMD (AMD US):ทำรายได้ New High จากชิป AI ตระกูล MI300 แต่อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ค่อนข้างสูง เหมาะกับนักลงทุนสาย Growth ที่รับความเสี่ยงได้สูง

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon