
มิติหุ้น – 5 ก.พ. 69 – บล.ทิสโก้คาดเงินทุนต่างชาติจ่อไหลเข้าหลังเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยปรับขึ้นระยะสั้นข้าม 1350 ประเมินรอบนี้ได้รัฐบาลใหม่เร็ว ชี้หากภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตลาดจะตอบสนองเชิงบวกมากที่สุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า หลังการเลือกตั้ง บล.ทิสโก้มองการเมืองในประเทศจะมีความชัดเจน โดยไม่คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้เวลานานเหมือนการจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งก่อน ทำให้มีโอกาสค่อนข้างสูงที่ตลาดหุ้นไทยจะตอบสนองเชิงบวก (Post-election Rally) อิงจากสถิติในอดีตบ่งชี้ว่า SET Index ในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง มักจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยอยู่ที่ +1.2% ถึง +2.3% และมีโอกาสในการปรับขึ้นราว 67-80% ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักปรับขึ้นและ Outperform ตลาดหลังการเลือกตั้ง คือ กลุ่ม FIN, MEDIA, PROP และ CONS
ทิศทางเงินทุนต่างชาติเริ่มมีสัญญาณบวก ซื้อสุทธิ 2 เดือนติดต่อกัน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ความไม่แน่นอนต่างๆ ของทรัมป์ และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี หนุนกระแสเงินทุนต่างประเทศโยกกลับเข้ามาในตลาดภูมิภาคเอเชีย บล.ทิสโก้มองมีโอกาสจะไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง จาก (1) หุ้นไทยยัง Laggard หุ้นต่างประเทศมาก ขณะที่ระดับการประเมินมูลค่าหุ้นไทยไม่แพง และมีปันผลที่ดี 4% (2) ผลการเลือกตั้งคาดจะสร้างความชัดเจนทางการเมือง มีรัฐบาลใหม่เข้ามาเดินหน้าประเทศต่อ หนุนความเชื่อมั่น และ (3) ความกังวลเกี่ยวกับ MSCI ที่อาจลดน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซียทั้งหมดออกจากดัชนี MSCI Emerging Markets และอาจปรับลดสถานะหุ้นอินโดนีเซียสู่ตลาดชายขอบ (Frontier Market) อาจหนุนให้มีเม็ดเงินทุนต่างประเทศเบนเข็มออกจากหุ้นอินโดนีเซียเข้ามาในหุ้นไทย
สำหรับฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2025F ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ แม้ภาพรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเกือบเท่าตัว YoY แต่หลัก ๆ มาจากฐานกำไรที่ต่ำในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า เพราะหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวมีรายการพิเศษกดดัน ขณะที่ QoQ คาดกำไรโดยรวมแค่ทรงตัว ทำให้การประกาศผลประกอบการไตรมาสนี้ไม่น่าตื่นเต้น ด้านแนวโน้ม SET EPS ยังมีทิศทางปรับลงอยู่และทำจุดต่ำใหม่ ล่าสุดตลาดประเมินอยู่ 90.1 บาท และ 94.5 บาทสำหรับปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ ถึงแม้บล.ทิสโก้ไม่คาดว่า SET EPS จะมี Downside จากระดับปัจจุบันมากนัก แต่ตราบใดที่ยังไม่เห็นแนวโน้ม SET EPS อยู่ในทิศทางปรับขึ้น Upside ของตลาดหุ้นไทยก็คงไม่ได้ไปไกลกว่าระดับ 1,400 จุดได้มากนัก
อย่างไรก็ดี การลงทุนในหุ้นปันผลยังฝากความหวังได้ จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มปันผลสูง (SETHD) ในช่วงเดือน ก.พ. ของทุกปีมักจะ Outperform ตลาดโดยมีความเป็นไปได้สูงถึง 82% และให้ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยดีกว่า SET Index +1.3% (Max. = +3.8%, Min. = -1.6%)
ด้วยบล.ทิสโก้มองตลาดหุ้นไทยจะค่อย ๆ ตอบรับเชิงบวกเมื่อภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งมีความชัดเจน ผสานกับเงินต่างชาติมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของทรัมป์ บล.ทิสโก้มอง 3 ธีมหุ้นน่าสนใจในระยะสั้น คือ (1) หุ้นเก็งผลเลือกตั้งรับรัฐบาลใหม่ แนะนำ BJC, MTC, STECON, WHA (2) หุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาอยู่ในโซนต่ำรับกระแสเงินทุนไหลเข้า แนะนำ CRC, TRUE และ (3) กลุ่มหุ้นปันผลดี (SETHD) ชอบ AP, BBL ดังนั้น หุ้นเด่นที่บล.ทิสโก้แนะนำในเดือน กุมภาพันธ์ คือ AP, BBL, BJC, CRC, MTC, STECON, TRUE และ WHA ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,280-1,300 จุด และแนวต้านสำคัญที่ 1,350 จุด และ 1,380-1,400 จุด ตามลำดับ
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon



























