
มิติหุ้น – Big Market Event: 3 หุ้นยักษ์เตรียม IPO ปี 2026 โดยบล.ฟินันเซีย ไซรัสระบุว่า
1. SpaceX ของ Elon Mask บริษัทเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่ทำธุรกิจด้านอวกาศ และยังเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่ใหญ่ติด Top3 สูสีกันกับ OpenAI ประเมินจาก Private Valuation ล่าสุด SpaceX ถูกประเมินไว้ที่ $800bn. โดยมีธุรกิจหลักอย่าง
1. การให้บริการปล่อยจรวดสู่วงโคจรโดยมีลูกค้าที่เป็นทั้งรัฐบาลและเอกชน
2. การให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียม Starlink ที่ครอบคลุมที่ห่างไกลในชนบท และใช้งานบนเรือและเครื่องบิน อีกทั้งยังเป็นแหล่งรายได้ที่เติบโตเร็วสุดของบริษัทอีกด้วย
3. การให้บริการพามนุษย์ไปอวกาศ ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทเอกชนรายแรกของโลกที่ทำภารกิจได้สำเร็จ
โดยนักลงทุนทั่วโลกต่างตั้งตาคอยที่จะจับจองเข้าถือหุ้น SpaceX และคาดว่าจะเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงสุด แซงหน้า Saudi Aramco ที่เคย IPO ปี 2019 ในตอนนั้นมูลค่าสูงถึง $1.88 Trillion ทั้งนี้ Elon Mask ตั้งเป้าว่าจะสามารถระดมทุนได้สูงถึง $1.5 Trillion.
2. OpenAI บริษัทที่เป็นเจ้าของแชตบอด AI ชื่อดังอย่าง ChatGPT ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่โต้ตอบและสนทนากับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติและใช้งานได้กว่า 90 ภาษาทั่วโลก โดย OpenAI จะเน้นการวิจัยและพัฒนา AI ให้มีประโยชน์กับมนุษย์และช่วยให้เข้าใจและสร้างภาษาให้เหมือนมนุษย์มากที่สุด ทั้งนี้ ประเมินจาก Private Valuation ล่าสุดมูลค่าของ Open AI อยู่ที่ $500bn. ประกอบธุรกิจหลักได้แก่
1. การให้บริการ AI และการให้สมัครสมาชิกเพื่อใช้งานแบบซับซ้อนมากขึ้น อย่างการสมัครสมาชิกใช้งาน ChatGPT Plus
2. ให้บริการ API สำหรับนักพัฒนาและองค์กร ใช้ Model ของ OpenAI
3. ขายโมเดลและโซลูชัน AI ให้บริษัทใหญ่ๆ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และเขียนโค้ด
ทางบริษัทตั้งเป้าที่จะระดมทุนสูงถึง $ 1 trillion
3. Anthropic บริษัทเทคโนโลยี AI ที่มาแรง ทำธุรกิจในการพัฒนาแชตบอทอย่าง Claude และยังเป็นหนึ่งในคู่แข่งรายสำคัญของ OpenAI ที่ผู้ก่อตั้งนั้นเคยทำงานและเป็นทีมวิจัยของบริษัท OpenAI อีกด้วย รายได้ 3 ปีย้อนหลังโต 10x มีลูกค้ารายสำคัญอย่าง Amazon และ Google ที่ผ่านมาเคยระดมทุนเพิ่ม โดยให้ Microsoft และ NVidia เข้ามาถือหุ้น ปัจจุบันถูกประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ $183 bn. ประกอบธุรกิจหลัก
1. การพัฒนาโมเดลภาษา Claude (LLM)จุดขาย คือสามารถอ่านเอกสารยาวได้ ลด hallucination และเน้นความปลอดภัย (AI Safety) เป็นหลัก แข่งขันโดยตรงกับ OpenAI (ChatGPT) และ Google (Gemini)
2. ให้บริการ AI สำหรับองค์กร (Enterprise AI) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักในปัจจุบัน ขายการใช้งาน Claude ให้กับองค์กรบริษัทขนาดใหญ่ อย่าง สถาบันการเงิน และบริษัทกฎหมาย ไม่เน้นกลุ่ม consumer mass แต่เน้นองค์กรที่ ‘ยอมจ่ายแพงเพื่อระบบที่เชื่อถือได้’
3. พันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Cloud & Big Tech ไม่ใช่แค่เงินลงทุน แต่เป็นธุรกิจร่วมงานกัน ใช้ Claude บน AWS ของ Amazon และใช้ Google เพื่อสนับสนุน compute / infrastructure อีกทั้ง ล่าสุดมี Microsoft และ NVidia เข้ามาถือหุ้น ก็จะสามารถช่วยลดต้นทุนที่ไม่ต้องแบกโครงสร้างพื้นฐานเอง ใช้ Cloud ของ AWS เป็นหลัก และใช้ GPU ของพันธมิตรอย่าง NVidia
ทางบริษัทตั้งเป้าในการเข้าระดมทุนมากกว่า $300 bn.
ที่มา : https://www.fnsyrus.com/mc03/dr24/
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

























