วันพุธ 11 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

TISCO ESU ชี้กำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 ไตรมาสที่ 4/2025 เติบโตสูงกว่า +13.0% YoY สูงกว่าคาดการณ์เมื่อสิ้นปี 2025 ที่คาดจะเติบโตเพียง +8.3% อย่างมาก

9

Today’s Data Releases
  • จีน: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ม.ค.
  • สหรัฐฯ: รายงานปริมาณการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBA Mortgage Applications) สิ้นสุดสัปดาห์ ณ วันที่ 6 ก.พ., การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Change in Nonfarm Payrolls), อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) เดือน ม.ค.
Key economic indicators
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
Source: FactSet, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
  • ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในดัชนี S&P 500 ไตรมาส 4/2025 ถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง หลังบริษัทจำนวน 59% ได้รายงานผลประกอบการมาแล้ว ณ ปัจจุบัน เผยให้เห็นกำไรที่เติบโตสูงถึง +13% YoY (vs. คาดการณ์ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. ที่ 8.3%) และมีสัดส่วนของบริษัทที่รายงานกำไรเหนือคาดการณ์ (Beat rate) อยู่ที่ 76% ขณะที่รายได้เติบโต +8.8% และมีสัดส่วนบริษัทที่รายงานรายได้เหนือกว่าคาดการณ์ที่ 83%
  • โดย Sector ที่มีผลกำไรเติบโตโดดเด่นในไตรมาสนี้โดยหลักได้แก่ Information Technology, Industrial และ Communication Services
  • ด้านรายได้ (Revenue) พบว่า 73% ของบริษัทที่รายงานนั้นมีรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และ 10 ปี ที่ 70% และ 66% ตามลำดับ และในภาพรวม บริษัทจดทะเบียนรายงานรายได้สูงกว่าประมาณการราว 1.4% ซึ่งแม้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว แต่ก็แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเติบโตของรายได้ยังคงดำเนินต่อเนื่อง
  • ด้านอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อบริษัท (Blended revenue growth rate) ปรับตัวขึ้นเป็น 8.8% YoY สูงกว่าที่คาดการณ์ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. ที่ 7.8% และหากโมเมนตัมของ Earnings Season ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการไตรมาสที่ 4/2025 นี้จะนับเป็นไตรมาสที่ 21 ที่รายได้รวมของ S&P 500 มีการเติบโตแบบปีต่อปีีขึ้นติดต่อกัน หรือคิดเป็นการเติบโตต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี
  • ขณะที่หากแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ามีกว่า 10 Sectors ที่รายได้เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) นำโดยกลุ่ม Information Technology, Communication Services และ Health Care ในทางกลับกัน กลุ่มพลังงานเป็น Sector เดียวที่รายงานรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลของราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงในช่วงเวลาดังกล่าว
  • อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมิติของ “Positive revenue surprise” เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ กลุ่มพลังงานกลับโดดเด่นที่สุดในตลาด โดยข้อมูลจาก FactSet ชี้ให้เห็นว่า บริษัทในกลุ่มพลังงานสามารถทำรายได้ “สูงกว่าคาด” ถึง 100% ของจำนวนบริษัททั้งหมดในอุตสาหกรรม (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 6 ก.พ.) แม้ฐานรายได้รวมจะยังหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่เป็นลบต่อศักยภาพของบริษัทในอุตสาหกรรมมากเกินไป ทำให้ผลลัพธ์จริงออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน
  • ในระยะข้างหน้า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในดัชนี S&P 500 มีโอกาสชะลอลงเล็กน้อยสู่ระดับ 11.3% YoY ในไตรมาสที่ 1/2026 ก่อนจะเร่งตัวขึ้นเป็น 14.9% ในไตรมาสที่ 2/2026 สะท้อนภาพการฟื้นตัวของแรงขับเคลื่อนทางกำไรในวงกว้าง และเมื่อพิจารณาทั้งปี 2026 นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรรวมของบริษัทในดัชนีจะขยายตัวเฉลี่ย่ที่ 14.1% สะท้อนแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจสหรัฐฯ ในปีนี้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon