วันพฤหัสบดี 12 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

TISCO ESU การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ โตเกิดคาด พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับลดลง ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. 2026

12

Today’s Data Releases
  • ญี่ปุ่น: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ม.ค.
  • ไทย: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือน ม.ค.
  • อังกฤษ: GDP เบื้องต้น ไตรมาส 4/2025
  • สหรัฐฯ: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกและต่อเนื่อง (Initial Claims และ Continuing Claims) สิ้นสุดสัปดาห์ ณ วันที่ 6 ก.พ. และ 31 ม.ค. ตามลำดับ และยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) เดือน ม.ค.
Key economic indicators
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
  • การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls)  ในเดือน ม.ค. 2026 เพิ่มขึ้น +1.3 แสนตำแหน่ง  สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ +6.5 หมื่นตำแหน่งเป็นอย่างมาก
  • ส่วนตัวเลขการจ้างงานในช่วงสองเดือนก่อนหน้าถูกปรับลดลง (Revised) -1.7 หมื่นตำแหน่ง แบ่งเป็นการปรับลด -2 พันตำแหน่งในเดือน ธ.ค. (เป็น +4.8 หมื่นตำแหน่ง) และปรับลด -1.5 หมื่นตำแหน่งในเดือน พ.ย. (เป็น +4.1 หมื่นตำแหน่ง) ส่งผลให้การจ้างงานเฉลี่ย 3 เดือน เพิ่มขึ้นเป็น +7.3 หมื่นตำแหน่ง จาก -1.7 หมื่นตำแหน่งเดือนก่อน
  • ในเดือน ม.ค. การจ้างงานของภาคเอกชน (Private) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง +1.7 แสนตำแหน่ง (vs. +6.4 หมื่นในเดือนก่อน) ขณะที่การจ้างงานภาครัฐ (Government) ปรับตัวลดลง -4.2 หมื่นตำแหน่ง (vs. -1.6 หมื่นในเดือนก่อน)
  • ขณะที่หากพิจารณารายละเอียดจะพบว่า การจ้างงานที่ปรับเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากภาคบริการเป็นหลัก อาทิ บริการด้านสุขภาพและการศึกษา (+1.4 แสนตำแหน่ง), บริการด้านธุรกิจ (+3.4 หมื่น), ก่อสร้าง (+3.3 หมื่น), ที่พักแรมและร้านอาหาร (+1.7 หมื่น) และการผลิต (+5 พัน) อย่างไรก็ดี การจ้างงานในหมวดบริการทางการเงิน (-2.2 หมื่น), นันทนาการ (-1.6 หมื่น), สื่อสาร (-1.2 หมื่น) และขนส่งกับโกดัง (-1.1 หมื่น) ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการสะท้อนการเลิกจ้างในหมวดนั้นๆ
  • อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ปรับตัวลดลง -0.1ppt เป็น 4.3% ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อยที่ 4.4%
  • โดยอัตราว่างงานที่ปรับลดลงในเดือนนี้ เป็นผลของการจ้างงานใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง +5.3 แสนตำแหน่ง ขณะที่กำลังแรงงาน (Labor Force) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง +3.9 แสนราย ด้านอัตราการมีส่วนร่วมของกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น +62.5% สูงกว่าเดือนก่อนและตลาดคาดที่ 62.4% อ้างอิงจาก Household Survey ที่ใช้คำนวณอัตราการว่างงาน
  • อัตราค่าจ้างแรงงาน (Average Hourly Earnings) เร่งตัวขึ้นเป็น 0.4% MoM สูงกว่าเดือนก่อนและตลาดคาดที่ 0.1% และ 0.3% ตามลำดับ โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราค่าจ้างแรงงานจะทรงตัวอยู่ที่ 3.7% เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด ด้านจำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ (Average Weekly Hours) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 34.3 ชั่วโมง จาก 34.2 ชั่วโมงในเดือนก่อน
  • เรามองว่าการจ้างงานที่ฟื้นตัวขึ้นพร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับตัวลดลงในเดือน ม.ค. 2026 มาพร้อมกับความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ หลังสำนักงานสถิติแรงงานได้ทำการปรับปรุง (Benchmark Revision) ตัวเลขการจ้างงานในช่วงก่อนหน้าลง โดยจากเดิมในปี 2025 การจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้นราว +5.8 แสนตำแหน่ง แต่สำนักงานสถิติแรงงานปรับลงเหลือเพียง +1.8 แสนตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 หากไม่รวมช่วงวิกฤติ
  • นอกจากนี้ การจ้างงานที่ปรับดีขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ยังคงพึ่งพาการเติบโตของไม่กี่อุตสาหกรรม อาทิ บริการด้านสุขภาพและการศึกษาจ้างงาน (+1.4 แสนตำแหน่ง) เป็นต้น โดยหากพิจารณาการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่มีความสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจจริง (ไม่รวมการจ้างงานในหมวดบริการด้านสุขภาพและการศึกษา ภาครัฐและสาธารณูปโภค) จะพบว่าการจ้างงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังอยู่ในเกณฑ์หดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (-0.2% YoY)
  • อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมจะพบว่า เครื่องชี้ตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพขึ้นจากช่วงก่อน โดยอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงเหลือ 4.28% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2025 และแม้ว่าแนวโน้มการจ้างงานในช่วงที่ผ่านมา (เฉลี่ย 3-6 เดือนย้อนหลัง) จะยังทรงตัวในระดับต่ำ แต่อัตราการว่างงานไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยหนุนจากอุปทานแรงงานที่ชะลอตัวลงหลังรัฐบาลดำเนินนโยบายกีดกันการเข้ามาของผู้อพยพ
  • สำหรับนโยบายการเงิน หลังจากที่ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้วกว่า 175bps จากจุดสูงสุด ขณะที่จุดยืนด้านนโยบายการเงินเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางมากยิ่งขึ้น (Neutral) และเครื่องชี้ตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. หลังเงินเฟ้อยังขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% โดยเรายังคงให้น้ำหนักว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงราว 25-50bps ในปี 2026F และมองว่าการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีเป็นต้นไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง