วันศุกร์ 13 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

ASPS ชี้หุ้นไทยแกร่งหลังเลือกตั้งปี 69 วอลุ่มพุ่ง-มาร์เก็ตแคปแซงตราสารหนี้ กูรูแนะกลยุทธ์ “Let Profit Run” สวนกระแสโลกผันผวน

14

มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ตลาดหุ้นไทย (SET Index) แสดงความแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สวนทางกับตลาดหุ้นโลกที่เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรและความผันผวนจากความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว

หุ้นไทยฟื้นตัวแรง รับความชัดเจนทางการเมือง ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า หลังผ่านการเลือกตั้งมาได้เพียง 4 วันทำการ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่า 6.4% ส่งผลให้นักลงทุนมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึง 1.2 ล้านล้านบาท โดยมีสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญ ดังนี้:

  1. สภาพคล่องกลับสู่ภาวะปกติ:มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยสัปดาห์นี้ (WTD) สูงถึง 7.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดอย่างหนาแน่น
  2. โครงสร้างตลาดดูดีขึ้น:มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของหุ้นไทยกลับมาอยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท แซงหน้ามูลค่าตลาดตราสารหนี้ (18.06 ล้านล้านบาท) ได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นรองในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
  3. สถิติหลังเลือกตั้งหนุน:จากสถิติย้อนหลัง 6 ครั้ง พบว่าในช่วง 1 เดือนหลังเลือกตั้ง หุ้นไทยมักปรับตัวขึ้นต่อเฉลี่ย +2.5% ถึง +2.6% โดยมีความน่าจะเป็นถึง 67% ที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวก

จับตาไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล: ช่วงสูญญากาศระหว่างรอการรับรองผลเลือกตั้งจนถึงการจัดตั้งรัฐบาล (ก.พ. – มิ.ย. 69) เป็นช่วงที่ต้องติดตาม หากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีความแข็งแกร่ง (สถานการณ์ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำด้วยเสียง 193 เสียง) และไม่มีวิกฤตแทรกซ้อน สถิติชี้ว่าตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวก โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7.8% ในช่วงรอดังกล่าว

ปัจจัยต่างประเทศ: ระวังความผันผวนและฟองสบู่ AI ในขณะที่หุ้นไทยดูดี ตลาดโลกกลับมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น:

  • สหรัฐฯ:ตลาดหุ้น S&P500 เริ่มตึงตัวจาก Valuation ที่แพง และมีความกังวลเรื่อง “ฟองสบู่ AI” ที่บริษัทเทคโนโลยีทุ่มเงินลงทุนมหาศาลแต่กำไรยังโตไม่ทัน รวมถึงความเสี่ยงที่ AI จะเข้ามาทำลายกำไรของกลุ่มธุรกิจนายหน้าต่างๆ (Logistics, Insurance, Real Estate)
  • ราคาน้ำมัน:ผันผวนจากอุปสงค์ที่อาจลดลงและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงนโยบายของ “ทรัมป์” ที่ต้องการรื้อกฎสิ่งแวดล้อม (Permanent Deregulation) ซึ่งจะเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานดั้งเดิม (Fossil Fuels) แต่เป็นลบต่อกลุ่ม EV และพลังงานทดแทน

กลยุทธ์การลงทุน: “Let Profit Run” และเก็บหุ้นแถว 2 บล. เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ “Let Profit Run” สำหรับพอร์ตหลัก และแบ่งเงินมาเข้าซื้อสะสมหุ้นแถว 2 (Laggard) ที่ยังมี Upside เปิดกว้างเกิน 20% โดยมีหุ้นแนะนำเด่น ได้แก่: SJWD, PR9, BEM, BDMS, MTC, PLANB, CBG, AP, TIDLOR, และ GPSC

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon