วันพฤหัสบดี 19 กุมภาพันธ์ 2026

ไบโอเทค สวทช. นำทัพนักวิชาการลงพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพาะเห็ดเศรษฐกิจ ภายใต้กองทุนพิเศษล้านช้าง – แม่โขง ยกระดับเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างรายได้ชุมชนลุ่มน้ำโขง

9

มิติหุ้น – ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเพาะเห็ดเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน: ขยายผลและติดตามผลในชุมชน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)” ระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีเพาะเห็ดแก่กลุ่มใหม่ใน สปป.ลาว พร้อมติดตามผลและให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้รับการอบรมเดิม เพื่อประยุกต์ใช้ความรู้ให้เหมาะกับพื้นที่และสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง – แม่โขง เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในภูมิภาค โดยมีเกษตรกรผู้เพาะเห็ดและหน่วยงานท้องถิ่นเข้าร่วมอย่างคึกคักมากกว่า 70 คน

ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเพาะเห็ดเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการเพาะเห็ดเศรษฐกิจแก่กลุ่มเป้าหมายใหม่ใน สปป.ลาว พร้อมกับติดตามผลและประเมินการนำองค์ความรู้ไปใช้ของผู้ที่เคยเข้าอบรมในประเทศไทย เพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึกและแนะนำการพัฒนาการเพาะเห็ดตามบริบทของพื้นที่ และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านเทคโนโลยีการเพาะเห็ดอย่างยั่งยืน โดยได้เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำคือการคัดเลือกสายพันธุ์เห็ดที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การเตรียมหัวเชื้อที่บริสุทธิ์ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างการบริหารจัดการต้นทุนและการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ยังใช้เป็นเวทีรับฟังความเห็นจากคนในพื้นที่ เพื่อเตรียมขยายผลเฟส 2 ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตเกษตรกรในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.อัมพวา ปินเรือน นักวิจัยไบโอเทค และหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้กองทุนพิเศษล้านช้าง – แม่โขง ที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงร่วมกัน โดยเลือกขยายผลสู่แขวงสะหวันนะเขต เนื่องจากเป็นพื้นที่ศักยภาพสูงและเกษตรกรมีความตื่นตัวอย่างมาก ประกอบกับ สปป.ลาว มีทรัพยากรและสภาพอากาศคล้ายคลึงกับไทย โดยเฉพาะเห็ดป่าและเห็ดเศรษฐกิจ การมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงมาถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถปรับใช้ได้จริงในพื้นที่ นำไปสู่การสร้างงาน รายได้ และเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่นระหว่างนักวิชาการและเกษตรกรในภูมิภาคให้เติบโตอย่างมั่นคง

ด้าน คุณ Malilammone Tomthatep หัวหน้าเกษตรจังหวัด แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว กล่าวว่า ปัจจุบันแขวงสะหวันนะเขตยังมีข้อจำกัดด้านความต่อเนื่องในการผลิตเห็ดเศรษฐกิจ ทำให้ต้องนำเข้าเห็ดบางชนิด เช่น เห็ดออรินจิ เห็ดเข็มทอง หรือเห็ดหูหนู จากประเทศเพื่อนบ้านอยู่เสมอ ทั้งที่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ การอบรมครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งในการช่วยให้เกษตรกรในเมืองสองคอนและเมืองจำพอน สามารถผลิตเห็ดคุณภาพเพื่อการค้าได้เอง ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการขยายผลโครงการนี้ไปยังเมืองอื่น ๆ ต่อไป เพื่อกระจายองค์ความรู้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนตามเป้าหมายของโครงการล้านช้าง-แม่โขง

ด้านนักวิชาการ นายชาญยุทธ์ ภาณุทัต ที่ปรึกษาโครงการ และสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเพาะเห็ดให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน สิ่งสำคัญลำดับแรกที่ผู้เพาะเห็ดละเลยไม่ได้ คือความเข้าใจธรรมชาติของเห็ดแต่ละชนิด โดยเฉพาะการจัดการสภาวะแวดล้อมภายในโรงเรือน ทั้งเรื่องอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นการออกดอก ในปัจจุบันได้มีการนำเครื่องมืออย่างไฮโกรมิเตอร์ (Hygrometer) มาช่วยวัดค่าให้แม่นยำยิ่งขึ้น แทนการคาดเดาด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เทคนิคการเก็บเกี่ยวก็มีผลต่อคุณภาพอย่างมาก โดยควรเลือกเก็บในขณะที่ดอกเห็ดแห้ง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและเก็บรักษาได้นานขึ้น ขณะที่ นายศักดิ์ชัย พลชัย จากฟาร์มสวนเห็ดตระการ จ.อุบลราชธานี ได้สาธิตการทำเชื้อเห็ดพร้อมกล่าวเสริมว่า การเพาะเห็ดให้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ส่งผลลัพธ์ต่อผลผลิต เช่น ปรับปรุงขั้นตอนการนึ่งก้อนเชื้อ จัดวางก้อนไม่ให้ทับซ้อนกันจนเกินไปเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในกรณีที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะช่วยให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างน้อย 20% และไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่หมายถึงความมั่นคงในอาชีพและความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนของเกษตรกรในลุ่มน้ำโขง

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการจัดทำแบบสำรวจเก็บข้อมูลทั้งก่อนและหลังการอบรม เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินทักษะและวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการผลิตจริง ตั้งแต่การคัดแยกแม่เชื้อจนถึงรายได้จากการจำหน่าย ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คณะผู้จัดงานเข้าใจอุปสรรคที่เกษตรกรเผชิญ เช่น อัตราการปนเปื้อนหรือเทคนิคการรดน้ำ เพื่อนำไปใช้ออกแบบหลักสูตรให้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด และใช้เปรียบเทียบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

การดำเนินโครงการนี้จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามพรมแดน ที่ไม่ได้เพียงแค่สร้างรายได้ แต่ยังเป็นการบ่มเพาะมิตรภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำโขงให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคงสืบไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon