
มิติหุ้น – ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 267 จุด (-0.5%) ถูกกดดันจากหุ้นในกลุ่ม Private Equity รวมถึงหุ้น Walmart ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.8% ได้ปัจจัยหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯมีการประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.06 แสนราย ดีกว่าคาดการณ์ที่ 2.23 แสนรายพร้อมกับ Pending Home Sale ที่ -0.8%MoM แย่กว่าคาดการณ์ที่ 1.4%MoM อย่างไรก็ตามไม่ได้มีผลอะไรมากกับสินทรัพย์ต่างๆนักลงทุนในหุ้นสหรัฐฯยังคงเฝ้ารอคอยเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยรวมไปถึงงบลงทุนมหาศาลของ TECH ว่าจะเปลี่ยนเป็นกำไรได้หรือไม่ ทำให้ตลาดยังคงไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะได้เห็นปัจจัยข้างต้น
คืนนี้รอติดตามตัวเลขสำคัญอย่างเงินเฟ้อ (PCE , GDP , PMI) Bloomberg ประเมินเงินเฟ้อ (PCE) ไว้ที่ 0.3%MoM , PMI เบื้องต้นสำหรับภาคบริการและผลิตที่ 53 , 52.4 ส่วน GDP คาดการณ์ 3%QoQ หากรายงานแล้วต่ำกว่าคาดการณ์มองเป็นปัจจัยหนุนสำหรับหุ้นทั่วโลก
ปัจจัยในประเทศในเชิงพื้นฐานนักลงทุนรอติดตามผลประกอบการ 4Q25 วานนี้ภายใต้ PI Coverage มีหุ้นที่ประกาศผลประกอบการได้แก่ ICHI NER พร้อมคาดว่าจะมีออกมาต่อเนื่องหลังจากนี้และสัปดาห์หน้าจะออกมาค่อนข้างเยอะเพราะใกล้จะหมดช่วงประกาศผลประกอบการ
แม้ปัจจุบัน SET INDEX จะปรับขึ้นมาต่อเนื่องแต่เชิงพื้นฐานนั้นเห็นการปรับประมาณการกำไรขึ้นเพียง 1% สวนทางกับดัชนีที่ปรับขึ้นมาราว 20% จากจุดต่ำสุดในช่วงกลางเดือน ม.ค. ดังนั้นปัจจัยขับเคลื่อน SET INDEX อาจไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานแต่มาจาก Fund Flow มากกว่า ซึ่งพบว่า YTD นักลงทุนต่างชาติซื้อสะสมสุทธิราว 5.6 หมื่นล้านบาทและวานนี้ซื้ออีก 4.8 พันล้านบาท การปรับขึ้นเพียงจากกระแสเงินทุนที่ไม่ใช่พื้นฐานทำให้ยังเน้นย้ำไม่ประมาทกับการลงทุนโดยรอติดตามว่านักลงทุนต่างชาติจะเริ่มขายสุทธิเมื่อใด ในเชิง Valuation หากใช้ Forward PE ที่ค่าเฉลี่ยจะกลับมาเป็นเป้าหมายที่ 1530 หากเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวจึงแนะมองถึงความเสี่ยงมากขึ้น
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1485 – 1510 การปรับขึ้นร้อนแรงต่อเนื่องเสี่ยงจะเกิดการพักตัวแต่ยังไม่ถึงกับจะปรับฐานแรงเพราะนักลงทุนจะคาดหวังถึงมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลช่วงถัดไป ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นคุมความเสี่ยงไม่ประมาทกับการลงทุนท่ามกลางหุ้นที่ขึ้นด้วยกระแสเงิน การเลือกหุ้นในช่วงนี้เน้นที่ Laggard Play อาทิ AP OSP SPALI ITC TU รวมไปถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากภาครัฐที่เตรียมจะออกมาตรการกระตุ้นอย่างค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) อากาศร้อนอย่างเครื่องดื่ม (ICHI CBG)
หุ้นแนะนำ
AP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท)
คาดใน 4Q25 ผลประกอบการเติบโต QoQ ต่อเนื่อง หนุนจากกำหนดการเปิดโครงการใหม่ (รวม JV) ที่สูง 2.4 หมื่นล้านบาท รวม 22 โครงการ (คิดเป็นแนวราบ 87% และคอนโด JV 13%) คาดโครงการใหม่หนุนยอดโอนปลายปีได้บางส่วน
HMPRO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท)
กลยุทธ์หลักของบริษัทคือมุ่งเน้นการสร้าง Demand ผ่านการทำโครงการสินค้าเก่าแลกใหม่ (Trade-in) ในสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถ Trade-in สินค้าข้า category กันได้ และทำโครงการกระตุ้นยอดขายผ่านการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรีในทุกๆไตรมาส
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon