
มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ (SCOTUS) มีมติ 6-3 ให้การเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นโมฆะ ส่งผลบวกต่อตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ด้าน บล.เอเซีย พลัส ประเมินเป็นโอกาสทองของตลาดหุ้นไทยที่ได้แต้มต่อทางภาษีถึง 19% พร้อมแนะจับตา 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่นที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก จากการตัดสินคดีดังกล่าว ทำให้ความกังวลเรื่อง De-dollarization กลับมา ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง เนื่องจากสหรัฐฯ อาจต้องหาเงินมาชดใช้คืนภาษีนำเข้าที่เก็บไปแล้วกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (มีคดีฟ้องร้องมากกว่า 1,500 คดี) ทำให้เม็ด
เงินมีโอกาสถูกโยกย้ายไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ในกลุ่มประเทศ EM มากขึ้น (Global Rebalance)
อย่างไรก็ตาม ปธน. ทรัมป์ ได้ประกาศเก็บภาษี 15% ภายใต้มาตรา 122 (Section 122 ของ Trade Act 1974) ทันทีเพื่อทดแทน โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2569 แต่มาตรการใหม่นี้มีข้อจำกัดด้านเวลาคือใช้ได้นานสุดเพียง 150 วัน และเก็บภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ซึ่ง บล.เอเซีย พลัส มองว่าจะสร้างความผันผวนเพียงระยะสั้น (Temporary Shock) และมีแรงกดดันเบากว่ามาตรการ Reciprocal Tariff
กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ระดับโลก สำหรับประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการยกเลิกมาตรการนี้ ได้แก่ บราซิล (50%), จีน (30%), เวียดนาม (20%) รวมถึงไทย (19%) ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่:
- กลุ่มค้าปลีกที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้า:ต้นทุนสินค้า (COGS) จะลดลง ทำให้อัตรากำไรขยายตัว เช่น AMAZON, WALMART และ COSTCO
- กลุ่มที่พึ่งพาการผลิตสินค้าจากต่างประเทศ:ฐานการผลิตเชื่อมต่อกันได้ลื่นไหลขึ้น เช่น NIKE และ APPLE
- กลุ่มเทคโนโลยีและโฆษณาดิจิทัล:ภาคธุรกิจมีความคล่องตัวทางการตลาดและมีงบโฆษณาสูงขึ้น เช่น META และ GOOGLE
อานิสงส์ต่อตลาดหุ้นไทยและกลยุทธ์การลงทุน สำหรับตลาดหุ้นไทย ถือเป็นจังหวะสำคัญที่สร้างความได้เปรียบให้ผู้ส่งออกไทยในเวทีโลก เนื่องจากได้รับ “แต้มต่อทางภาษีถึง 19%” โดย 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่จะได้รับอานิสงส์อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ 1. กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 2. กลุ่มอาหาร 3. กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และ 4. กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้น 4 กลุ่มดังกล่าว ที่ผลตอบแทนยังปรับตัวขึ้นไม่มาก (น้อยกว่า 20%) หรือราคายังติดลบอยู่
- หุ้นเด่น (Top Picks)ได้แก่: COCOCO, CPF, AMATA, STA, SAPPE, TU, IVL และ HANA
- หุ้นอื่นๆ ที่ได้ประโยชน์ในกลุ่ม ได้แก่:DELTA, KCE, PTTGC, ITC, TTA, PSL, RCL, SJWD และ WHA
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องจับตาความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ และแผนการใช้กฎหมายการค้าฉบับอื่นๆ ของทรัมป์ที่อาจตามมา เช่น Section 301 และ Section 232 ต่อไป
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


























