วันศุกร์ 27 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก มิติร้อน

EA แจ้งผลการดำเนินงานปี 2568: เดินหน้าปรับฐานบัญชีลดความเสี่ยง ย้ำกระแสเงินสด 8.4 พันล้าน ล่าสุดเตรียมเซ็นสัญญาผลิตรถเมล์ ขสมก. 1,520 คัน

194

มิติหุ้น – 27 กุมภาพันธ์ 2569, กรุงเทพฯ — บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4 และทั้งปี 2568 ท่ามกลางปีแห่งความท้าทาย บริษัทเดินหน้าปรับฐานบัญชีอย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน แม้ผลประกอบการบรรทัดสุดท้ายจะสะท้อนผลขาดทุนจากการตั้งสำรอง แต่บริษัทยังคงรักษากระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องที่ 8,435.88 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 13,632.40 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 26.4 จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ (ไม่รวมรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่มีนัยสำคัญ) อยู่ที่ 1,551.30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เพื่อให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงตามหลักความระมัดระวัง บริษัทได้พิจารณาปรับปรุงรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด (Significant Non-cash items) รวมทั้งสิ้น 7,208.04 ล้านบาท ส่งผลให้งบการเงินรวมรายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 4,856.80 ล้านบาท

สำหรับการปรับฐานทางบัญชี (Non-cash items) ที่สำคัญประกอบด้วย การตั้งสำรองผลขาดทุนจากกลุ่มลูกหนี้ TSB จำนวน 2,270.94 ล้านบาท การตั้งสำรองค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (กลุ่มแบตเตอรี่และรถ EV) รวม 1,106.41 ล้านบาท เพื่อสะท้อนราคาตลาด การด้อยค่าสินทรัพย์ถาวร 1,584.60 ล้านบาท ทั้งนี้รายการดังกล่าวเป็นการบันทึกทางบัญชี ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของการดำเนินงานโดยตรง

สำหรับภาพรวมรายได้ธุรกิจหลัก ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีรายได้ 9,247.16 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.0 เทียบกับปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการสิ้นสุดสิทธิ Adder ของโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์จังหวัดลำปาง รายได้ในธุรกิจรถโดยสารและรถเพื่อการพาณิชย์ไฟฟ้า (EV) ลดลงร้อยละ 57.4 เทียบกับปีก่อน เนื่องจากลูกค้าบางส่วนเลื่อนกำหนดการรับมอบรถให้สอดคล้องกับแผนการใช้งาน สำหรับธุรกิจไบโอดีเซลมีรายได้ 1,825.40 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 51.1 เทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อลดภาระความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบลง

บริษัทได้ดำเนินการเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล ในปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุน การปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้โดยขยายระยะเวลาไถ่ถอนออกไปอีก 5 ปี และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน วงเงินสินเชื่อใหม่ประมาณ 14,000 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ช่วยให้หนี้สินรวมลดลงร้อยละ 15.1 อยู่ที่ 56,077.85 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 แตะ 34,476.93 ล้านบาท

บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยมีโครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์และอยู่ระหว่างพัฒนา ได้แก่ ธุรกิจบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร: โครงการกำจัดขยะมูลฝอยบนเกาะล้าน (พัทยา) ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่โครงการและโรงไฟฟ้าขยะเทศบาลนครภูเก็ต คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างและ COD ได้ภายในสิ้นปี 2569

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริษัท NEX POINT ที่เป็นบริษัทในกลุ่มได้รับมอบหมายจากนครชัยแอร์ให้เป็นผู้ผลิตและประกอบรถโดยสารไฟฟ้าแต่เพียงเจ้าเดียว สำหรับโครงการของ ขสมก. จำนวน 1,520 คัน โดยคาดว่าจะเซ็นสัญญาในเร็ววันนี้

คุณวสุ กลมเกลี้ยง, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (CFO) กล่าวว่า “ปี 2568 เป็นปีที่บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างและจัดการความท้าทายอย่างตรงไปตรงมา การบันทึกรายการตั้งสำรองทางบัญชีเป็นการดำเนินการตามหลักความระมัดระวัง เพื่อให้งบการเงินสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด ในขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของเรายังคงรักษาระดับไว้ได้ที่ 8.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงสมดุลของธุรกิจ ในปี 2569 บริษัทจะยังคงยึดมั่นในการบริหารงานอย่างมีวินัย เน้นประสิทธิภาพ และบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม เพื่อสร้างเสถียรภาพการดำเนินงานในระยะยาว”

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon