วันพฤหัสบดี 5 มีนาคม 2026
หน้าแรก มิติร้อน

EMPIRE ผู้ถือหุ้นไฟเขียวเพิ่มทุน RO 145.5 ล้านหุ้น ลุยปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นสร้างโซลูชั่นใหม่ ดันรายได้โตต่อเนื่อง

8

มิติหุ้น – EMPIRE ผู้ถือหุ้นอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน Rights Offering จำนวน 145.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท สัดส่วน 3.3334:1 ราคาหุ้นละ 0.50 บาท วันเสนอขาย 3 – 9 เมษายน 2569 เพื่อลงทุนในบริษัท ฟิวชั่น ซี จำกัด เสริมแกร่งโครงสร้างธุรกิจ และ เป็นเงินทุนหมุนเวียน เดินหน้าแผนดำเนินงาน เร่งสร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เน้นหาโซลูชั่นใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม พร้อมพิสูจน์ความสำเร็จด้วยการสร้างรายได้ต่อเนื่อง และยกระดับธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ด้านผลประกอบการปี 2568 รายได้รวม 710.69 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 56.87% และ ขาดทุนลดลง 62.54%

นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เปิดเผยถึงมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีการอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 72,750,000 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 363,750,000 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 436,500,000 ล้านบาท และมีมติอนุมัติหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 145,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณากำหนดช่วงเวลาการจัดสรรและจองซื้อเป็นคราวเดียว หรือหลายคราว ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิการจัดสรรหุ้น (วันขึ้น XR)

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2569 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 145,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 30 ของทุนชำระแล้วของบริษัท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตราส่วนการจัดสรร 3.3334 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 0.50 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนในวันที่ 16 มีนาคม 2569 และกำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 3 – 9 เมษายน 2569

ด้านวัตถุประสงค์ในการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อลงทุนในหุ้นสามัญบริษัท ฟิวชั่น ซี จำกัด หรือ Fusion C ผู้ประกอบธุรกิจการจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ (ยกเว้นโปรแกรมเว็บเพจและเครือข่าย) จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 100 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 100 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคาซื้อขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000,000 บาท โดยหลังธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จ Fusion C จะเป็นบริษัทย่อยในเครือเพื่อสร้างการเติบโตให้กับ EMPIRE ส่วนจำนวนเงินที่เหลือ ใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป

สำหรับทิศทางการดำเนินงานช่วงไตรมาส 1/2569 ในระยะแรกจะมุ่งเน้นการศึกษาข้อมูลเชิงลึกขององค์กร วิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างรอบด้าน พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทิศทางธุรกิจมีความชัดเจน สามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ คณะที่ปรึกษา และ บุคลากรจากหน่วยงานอิสระที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบและวางระบบมาตรการกำกับการตรวจสอบให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย คาดว่าแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป

“การเข้ามารับหน้าที่นี้จากกระบวนการคัดเลือกของคณะกรรมการบริษัท ด้วยความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้โจทย์ธุรกิจอย่างจริงจัง แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างท้าทาย แต่เชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน เพื่อเป็นฐานในการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอน ขณะเดียวกันยังคงมุ่งเน้นการจัดระเบียบขององค์กร ผลักดันธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างโซลูชั่นใหม่ รวมถึงการต่อยอดระบบนิเวศน์ทางธุรกิจครบวงจรด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการเสริมสร้างธุรกิจให้เป็นอาณาจักรที่มีการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง และ คำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดภายใต้หลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด” นางสาววัชราภรณ์ กล่าว

ขณะที่ ผลการดำเนินงานของบริษัทประจำปี 2568 มีทิศทางที่ดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มศักยภาพไปสู่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวและมีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวม 710.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 453.04 ล้านบาท จำนวน 257.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56.87% และ มีผลขาดทุนสุทธิ 164.61 ล้านบาท ลดลง 62.54% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 439.04 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามบริษัทยังอยู่ระหว่างการทบทวนโครงสร้างรายได้ และ มาตรการควบคุมต้นทุน พร้อมประเมินแนวทางปรับสัดส่วนธุรกิจ มุ่งเน้นเพิ่มรายได้และอัตรากำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคง และ มีความยั่งยืน

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon