
มิติหุ้น – ทรู ตรวจพบความผิดปกติของการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเทคโนโลยีเฝ้าระวังและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเครือข่ายของบริษัท ซึ่งพบรูปแบบการใช้บริการที่มีลักษณะต้องสงสัย จึงได้รวบรวมข้อมูลและประสานศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สำนักงาน กสทช. นำไปสู่การตรวจสอบพื้นที่และปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยในตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมตัดวงจรจุดลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน ซึ่งต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย
การตรวจสอบเริ่มต้นจากระบบเฝ้าระวังเครือข่ายของทรูที่ตรวจพบพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญจากผู้ใช้บริการ 2 รายที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทตั้งอยู่สถานที่เดียวกัน โดยมีการขอเปิดวงจรอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยในระยะแรกมีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับปกติ
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการใช้งานเครือข่ายระหว่างวันที่ 22–25 กุมภาพันธ์ 2569 ทรูตรวจพบว่าปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตพุ่งสูงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยแทบไม่มีช่วงหยุดใช้งาน ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานของสำนักงานทั่วไป อีกทั้ง สถานที่ติดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเมย ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ในประเทศเมียนมา จึงนำไปสู่การตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สำนักงาน กสทช.
นอกจากนี้ ทรูพบหลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้นว่าอาคารดังกล่าว ไม่มีผู้พักอาศัยประจำ โดยมีพนักงานมาประจำประมาณ 2-3 คนเท่านั้น จึงยิ่งเพิ่มข้อสงสัยว่าอาจมีการใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน อีกทั้ง พบตู้ดัดแปลงอุปกรณ์เครือข่ายขนาดใหญ่ พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ Network Management และ Gateway เพิ่มเติม ที่ไม่ได้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของผู้ให้บริการ
ลักษณะการติดตั้งดังกล่าวบ่งชี้ว่าอาคารแห่งนี้ถูกดัดแปลงให้ทำหน้าที่เป็นจุดรับ และส่งต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Relay Node) รับสัญญาณจากฝั่งไทยแล้วส่งต่อข้ามแม่น้ำเมยไปยังฝั่งเมียนมา
ทรูจึงนำส่งข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดให้กับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สำนักงาน กสทช. เพื่อดำเนินการตรวจสอบและเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การตรวจค้นและตัดวงจรการลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์
พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กล่าวว่า “เบาะแสเริ่มต้นจากข้อมูลความผิดปกติของการใช้อินเทอร์เน็ตในพื้นที่บริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด ซึ่งตั้งอยู่ติดแนวชายแดน เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขอหมายค้นจากศาลเพื่อตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว
ผลการตรวจค้นพบการติดตั้งและดัดแปลงอุปกรณ์เพื่อส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปยังเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงประสานผู้ให้บริการตัดวงจรบริการทันที พร้อมยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน และอยู่ระหว่างติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย”
นายสุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า “ในพื้นที่ชายแดนต่างๆ รวมทั้งชายแดนไทย-เมียนมา เป็นจุดเสี่ยงต่อการลักลอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ง่าย เนื่องจากเป็นพื้นที่พรมแดนติดกัน ทาง กสทช. จึงได้ร่วมทรู และผู้ให้บริการต่างๆ เข้มงวดในการตรวจสอบ และปฏิบัติตามมาตรการของ กสทช. อย่างเคร่งครัดในการควบคุมการให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือการติดตั้งเสาสัญญาณตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบใช้งานข้ามพรมแดนอย่างเด็ดขาด เมื่อใดที่ตรวจพบก็จะร่วมมือกับทรูและ CIB ดำเนินคดีทันที”
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทรูทำงานร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สำนักงาน กสทช. อย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและตรวจจับพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดปกติในพื้นที่ชายแดน เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งการตรวจจับครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีเฝ้าระวังและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเครือข่ายมาใช้ เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน”
นอกจากการสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุกแล้ว ทรูยังเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการจำหน่ายและลงทะเบียนซิมการ์ด พร้อมนำเทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบความเสี่ยงของการใช้งานหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้ในทางที่ผิด
ขณะเดียวกัน ทรูยังให้บริการ “ทรูไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) แก่ลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยออนไลน์อัตโนมัติในระดับโครงข่าย ที่สามารถ แจ้งเตือนสายเรียกเข้าที่อาจเป็นมิจฉาชีพ แจ้งเตือน SMS ที่มีความเสี่ยง รวมถึงบล็อกลิงก์และเว็บไซต์ต้องสงสัยที่มากับข้อความได้ทันที โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
























