วันศุกร์ 6 มีนาคม 2026
หน้าแรก มิติร้อน

Maybank ชี้ หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศเป็น “Bright Spot” ของพอร์ตการลงทุน

10

มิติหุ้น – ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค หุ้นในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ (Aerospace & Defense) กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง ในฐานะหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูง เนื่องจากมีรัฐบาลเป็นลูกค้าหลักและได้รับงบประมาณด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่อง ฝ่าย Investment Solutions บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า กลุ่มหุ้นดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางได้สะท้อนภาพของสงครามยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เน้นกำลังรบหนักอย่างรถถังหรืออากาศยานขนาดใหญ่ ไปสู่การใช้อาวุธเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่มีประสิทธิภาพสูง เช่น โดรนไร้คนขับ และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สามารถปฏิบัติการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้บริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้กลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ความมั่นคงโลก

เทคโนโลยีทางการทหารถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์ของสงครามในแต่ละยุค และบริษัทที่พัฒนาและถือครองนวัตกรรมเหล่านี้มักกลายเป็นผู้นำของอุตสาหกรรม เช่น Lockheed Martin ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Stealth และผู้ผลิตเครื่องบินรบ F-35 Lightning II ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการทางทหารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ RTX Corporation (เดิม Raytheon Technologies) เป็นผู้นำด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศและผู้ผลิตขีปนาวุธสำคัญของโลกอย่าง Patriot และ Tomahawk รวมถึงเครื่องยนต์อากาศยานภายใต้แบรนด์ Pratt & Whitney ด้าน Northrop Grumman โดดเด่นในเทคโนโลยีอวกาศและระบบความมั่นคงขั้นสูง รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนรุ่นใหม่ B-21 Raider และระบบป้องกันไซเบอร์ ส่วน General Dynamics มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์หุ้มเกราะ เช่น รถถัง Abrams และการต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นกำลังหลักของยุทธศาสตร์ทางทะเลของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายธรรณพ ชำนาญศิลป์, CFP® Vice President Investment Solution บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้นในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังมีปัจจัยสนับสนุนในระยะยาวหลายประการ โดยเฉพาะแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของงบประมาณกลาโหมทั่วโลก ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องไม่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมาจากพรรคการเมืองใด นอกจากนี้ บริษัทในอุตสาหกรรมนี้มักมีมูลค่างานในมือ (Backlog) จำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถรองรับรายได้ล่วงหน้าได้หลายปี ทำให้สามารถคาดการณ์ผลประกอบการได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ อีกทั้งสัญญาจัดซื้อทางทหารส่วนใหญ่ยังมีเงื่อนไขปรับราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดี

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มดังกล่าวยังมีลักษณะเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และบางบริษัทมีนโยบายซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งคราว ทำให้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดระหว่างทางควบคู่ไปกับการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว

สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการลงทุนโดยตรงในหุ้นต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวมถึงการลงทุนผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิงบริษัทด้านกลาโหม เช่น MITSU19 ซึ่งอ้างอิงหุ้น Mitsubishi Heavy Industries ผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ของญี่ปุ่น และ STEG19 ที่อ้างอิงหุ้น ST Engineering จากสิงคโปร์

ในขณะเดียวกัน นักลงทุนยังสามารถลงทุนผ่านกองทุน ETF ที่เน้นหุ้นในกลุ่ม Aerospace & Defense เช่น iShares U.S. Aerospace & Defense ETF, VanEck Defense UCITS ETF, Invesco Aerospace & Defense ETF และ SPDR S&P Aerospace & Defense ETF ซึ่งช่วยกระจายการลงทุนในบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เช่น DAOL-DEFENSE, ASP-DEFENSE, TLDEFENSE และ LHGDEFENSE ที่เปิดเสนอขายครั้งแรกในช่วงปี 2569

สำหรับนักลงทุนที่มีสินทรัพย์ระดับสูง (High Net Worth) เมย์แบงก์ยังมีผลิตภัณฑ์การลงทุนในรูปแบบหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Notes) ซึ่งอ้างอิงหุ้นหรือ ETF ในกลุ่มป้องกันประเทศ เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยที่อาจสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียด ความเสี่ยงและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจลงทุน

แม้หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศอาจไม่ได้เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนหวือหวาในช่วงที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หุ้นกลุ่มนี้สามารถทำหน้าที่เป็นเสาหลักของพอร์ตการลงทุน ช่วยสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงและโอกาสการเติบโต เนื่องจากมีฐานลูกค้าเป็นภาครัฐที่มีความมั่นคงสูงและมีความต้องการด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon