วันจันทร์ 16 มีนาคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

CGSI : Investment Strategy

11

มิติหุ้น – สรุปภาพรวมตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (13 มี.ค.) โดยตลาดเผชิญแรงกดดันตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวผันผวนรุนแรงส่งผลให้ตลาดหุ้นแกว่งตัว ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินผลกระทบของสงครามในอิหร่านต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,558.47 จุด ลดลง 119.38 จุด หรือ -0.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,632.19 จุด ลดลง 40.43 จุด หรือ -0.61% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,105.36 จุด ลดลง 206.62 จุด หรือ -0.93%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันศุกร์ (13 มี.ค.) และปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อได้กดดันความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 595.85 จุด ลดลง 3.01 จุด หรือ -0.50%

• สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (13 มี.ค.) เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า สุดสัปดาห์นี้อาจมีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดเกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม ซึ่งดำเนินมาแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.11% ปิดที่ 98.71 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (13 มี.ค.) และมีแนวโน้มลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 64.10 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 5,061.70 ดอลลาร์/ออนซ์

• SET Index: เราคาดการณ์ SET Index แกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,390-1,420 จุด โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่มีปัจจัยลบจากประเด็นสงครามการค้าของสหรัฐ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำลดสัดส่วนการลงทันในกลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มการแพทย์ และกลุ่ม cyclical และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน และหุ้นกลุ่ม domestic play อาทิ หุ้นกลุ่มธนาคาร

สัปดาห์นี้ปัจจับภายในประเทศจับตาการประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกฯ ในด้านปัจจัยมหภาค จับตาประเด็นสงครามการค้ารอบใหม่ของสหรัฐฯ และการประชุมธนาคารกลาง Fed ในช่วงวันที่ 17-18 มี.ค. ซึ่ง FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 99.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75%

หุ้นแนะนำ
BCP: เราเชื่อว่า BCP จะได้ประโยชน์จาก GRM ที่แข็งแกร่งใน 1Q26 เพราะบริษัทพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางน้อยและมีการผลิตผลิตภัณฑ์ middle distillate สูง นอกจากนี้ BCP ยังได้ประโยชน์จากราคาก๊าซที่สูงใน UK ผ่านการถือหุ้นใร OKEA

(Take profit : 37.25 / Stop loss : 36.00)

SCB: กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท (-13.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน, -15.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 150 บาท SCB ยังคงเป็นหุ้นแนะนำอันดับต้นๆ ในกลุ่มนี้ของเรา

(Take profit : 145.50/ Stop loss : 142.50)

#CGSInternational
#CGSI

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon