วันพฤหัสบดี 19 มีนาคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

Pi Daily : ความเสี่ยงมาตามนัด นักลงทุน Risk Off จากเงินเฟ้อสหรัฐฯสูง (PPI) มากกว่าคาดการณ์ ด้าน FED คงดอกเบี้ยระดับเดิมพร้อมบอกปีนี้ลดดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียว

13

มิติหุ้น – Pi Daily : ความเสี่ยงมาตามนัด นักลงทุน Risk Off จากเงินเฟ้อสหรัฐฯสูง (PPI) มากกว่าคาดการณ์ ด้าน FED คงดอกเบี้ยระดับเดิมพร้อมบอกปีนี้ลดดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียว แต่ตลาดดูไม่เชื่อ CME FED Watch ประเมินกว่าจะลดดอกเบี้ยอาจอยู่กลางปีหน้า ฝั่งตะวันออกกลางรุนแรงต่อเนื่องเกิดการโจมตีคลังน้ำมันและแก๊ส กดดันน้ำมันดิบ BRENT +5% ทดสอบระดับ 109 ดอลลาร์ / บาร์เรล กลยุทธ์การลงทุน เพิ่มการถือครองเงินสดในยามที่หุ้นเริ่มมีแรงกดดัน (เลือกนายกบวกกับตลาดเพียงเล็กน้อย)

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 768 จุด (-1.6%) รับแรงกดดันจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบผสานกับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายน้อยลง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.8% จากการโจมตีต่อเนื่องในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงรุนแรงต่อเนื่องมีรายงานว่าอิสราเอลทำการโจมตีคลังเก็บแก๊สและน้ำมันของอิหร่าน ฝั่งอิหร่านก็ได้ระบุว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและแก๊สใน Qatar ซาอุดิอาระเบีย UAE กดดันให้ราคาน้ำมันดิบ BRT วิ่งขึ้นต่อเนื่องทดสอบระดับ 109 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล (+5.2%) ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นต่อเนื่องจะกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก อย่างสหรัฐฯเมื่อคืนประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พบว่าขยายตัว 3.4%YoY มากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 3%YoY พร้อมกับ Core PPI ขยายตัว 3.9%YoY มากกว่านักวิเคราะห์ประเมินที่ 3.7%YoY

การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯพบว่าที่ประชุมคงดอกเบี้ยระดับเดิมสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองไว้ โดย FED ประเมิน GDP ปีนี้ขยายตัว 2.4%YoY มากกว่าประชุมเดือน ธ.ค. ที่ 2.3%YoY แต่ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีที่ 2.7%YoY ปรับขึ้นจากเดือน ธ.ค. ที่ 2.4%YoY พร้อมส่งสัญญาณว่าปลายปี 26 ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.4% เทียบเท่ากับ Dot Plot เดิม หรือคิดเป็นการปรับลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งจากระดับปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามคล้ายกับว่านักลงทุนดูจะไม่เชื่อเท่าใดนักเพราะ CME FED Watch ประเมินว่ากว่าจะไปลดดอกเบี้ยอาจอยู่ในช่วงกลางปีหน้า

ถ้อยแถลงของประธาน FED ระบุว่า Stagflation ยังเร็วไปที่จะระบุเช่นนั้นเพราะการว่างงานของสหรัฐฯอยู่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยและเงินเฟ้อสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพียง 1% พร้อมยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างยากลำบากเพราะแรงงานมีสัญญาณอ่อนแอแต่ถึงอย่างนั้นเงินเฟ้อที่สูงก็เป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย เมื่อถามถึงราคาน้ำมัน Powell เชื่อว่าอาจมี Supply เพิ่มเข้ามาจากผู้ประกอบการของสหรัฐฯในกรณีที่ราคาน้ำมันอยู่ระดับสูง

ภายหลังจากทราบข้อมูลทั้งหมดข้างต้นพบว่า US Bond Yield พุ่งทำจุดสูงสุดรอบ 7 เดือน เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 32.8 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ จากจุดต่ำสุดอยู่ที่ 30.8 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ กดดันราคาทองคำปรับฐานลงมาทดสอบ 4800 จากก่อนหน้าในช่วง 5000 สภาวะดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายน้อยลงพร้อมกับความกังวลเงินเฟ้อจะยังเป็นปัจจัยกดดัน Upside ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนเล็กน้อยจากการเตรียมเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ นักลงทุนจะมีความคาดหวังเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายต่างๆ

วันนี้ประเมิน SET INDEX เสี่ยงปรับตัวในกรอบ 1410 – 1450 เช้านี้ Nikkei -2.7% Kospi -2.5% เผชิญแรงกดดันจากการตึงตัวของนโยบายการเงินพร้อมกับสงคราม ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเพิ่มการถือครองเงินสดมากขึ้นและเน้นเพียงหุ้น Defensive กรณีรับความเสี่ยงได้สูง อาทิ โรงพยาบาล (BDMS) สื่อสาร (ADVANC) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) ปัจจัยหนุนดอกเบี้ยผ่านจุดต่ำสุ

หุ้นแนะนำ

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)

คาดการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 8% YoY โดย BDMS มีกำหนดการขยายโรงพยาบาลเพิ่ม 2 แห่ง Bangkok Hua Hin (52 เตียง) และ Bangkok Surat (60 เตียง) ขณะที่โรงพยาบาลใหม่ที่เปิดในปี 2025 (484 เตียง) คาดเริ่มรับรู้รายได้มากขึ้น

CPF (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 24.75 บาท)

มองว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับแรงกดดันจากปัญหาสงครามไม่มากนักเนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องใช้บริโภค ขณะที่รายได้จากตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของรายได้รวม โดยภาพรวมทั้งปี 26 ในแง่รายได้ CPF ยังมองเติบโตได้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon