วันศุกร์ 20 มีนาคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

ASPS ชี้สัญญาณบวกสงครามอิหร่านคลี่คลาย กดน้ำมันร่วงแรง จับตาต่างชาติพลิกซื้อหุ้นไทย 3 วันติด ชู BBL-CPF-TRUE หลบผันผวน

45

มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกว่าเริ่มมีแนวโน้มผ่อนคลายขึ้นในระยะสั้น หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 20 เริ่มมีสัญญาณการลดความร้อนแรงลง ปัจจัยบวกดังกล่าวเกิดจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่อิหร่าน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและเตรียมนำคลังน้ำมันสำรองออกมาใช้เพื่อเพิ่มอุปทาน ทางด้านอิสราเอลเองก็มีท่าทีชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติม ผสานกับการที่หลายประเทศในยุโรปและญี่ปุ่นได้ออกมาเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีที่กระจายวงกว้าง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่เคยพุ่งขึ้นไปถึง 119 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ได้ย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 105 เหรียญสหรัฐฯ

ระวังผลกระทบระยะกลาง กองทุนทั่วโลกแห่ตุน “เงินสด” รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว แม้น้ำมันจะปรับตัวลงมาบ้าง แต่ฝ่ายวิจัยเตือนว่าในระยะยาวยังคงน่ากังวล เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ทั่วโลกยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างมาก นำโดยดัชนี BCOM ที่พุ่งขึ้น 22.1% YTD ซึ่งถือว่ายืนอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 64.5% YTD และถ่านหินบวก 38% YTD การที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเร็วเกิน 50% ต่อปีในอดีตมักจะตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Recession) ปัจจัยนี้ทำให้กองทุนทั่วโลกมีแนวโน้มลดความเสี่ยงโดยการถือ “เงินสด” เพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนเงินสดล่าสุดในเดือนมีนาคมพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.3% จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.4% (เข้าใกล้ระดับ 6.3% ในช่วงสงครามปี 2022) รวมถึงธนาคารกลางหลายแห่งอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ไทยลุ้นฟื้น! ต่างชาติสวนกระแสเข้าสะสมหุ้น 3 วันติด หวังอานิสงส์นโยบายรัฐ สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับเงินทุนไหลออกอย่างหนักจนทำให้ “เงินบาท” อ่อนค่าแรงที่สุดในเอเชียถึง -4.51% (MTD) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางค่าเงินที่อ่อนยวบ เริ่มเห็นสัญญาณบวกของกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่พลิกกลับมา “ซื้อสุทธิ” ในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 3 วันทำการ รวมกว่า 1.05 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่มีเม็ดเงินไหลเข้าในช่วงเวลานี้ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความชัดเจนทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลที่ราบรื่นและมีเสถียรภาพ ทำให้นักลงทุนคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส, การตรึงค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย, การเดินหน้าประมูลโครงการ Mega Projects รวมถึงมาตรการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ซึ่งอาจเป็นแรงผลักดันให้ GDP ไทยในปี 2569 สามารถเติบโตได้สูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ 1.8%

กลยุทธ์การลงทุน: ชู 3 หุ้นเด่น “หลบความผันผวน” พร้อมเก็งกำไรกลุ่มเกมจีน ด้วยแนวโน้มตลาดหุ้นที่ “วันนี้ฟื้น วันหน้ายังน่ากังวล” บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบหลบความผันผวน โดยให้หุ้น BBL, CPF และ TRUE เป็น Top Picks ประจำวัน นอกจากนี้ ในฝั่งการลงทุนต่างประเทศ แนะนำเก็งกำไรในกลุ่มผู้พัฒนาเกมของจีน ผ่าน DR: BILIBILI01 เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกครั้งใหญ่จากการที่ Apple ประกาศลดค่าคอมมิชชันของ App Store ในจีนลงจาก 30% เหลือ 25% (มีผล 15 มี.ค.) และ Google Play ปรับลดค่าธรรมเนียมทั่วโลกลงเหลือ 20% ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิของบริษัทเทคโนโลยีจีนเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับฝั่ง ALIBABA ที่เพิ่งรายงานผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon