วันศุกร์ 27 มีนาคม 2026
หน้าแรก มิติร้อน

JMT เปิดแผน 3 ปี ผ่าน JUMP+ เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ “AI Digital AMC” ดันกำไรแตะ 1,800 ล้านบาท ภายในปี 2571

12

มิติหุ้น – “บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT)” ประกาศทิศทางธุรกิจระยะ 3 ปี (2569–2571) ภายใต้โครงการ “JUMP+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยวางโรดแมปสู่การเป็น “AI & Digital AMC Transformation” เต็มรูปแบบ ผ่านการนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลเข้ามายกระดับการบริหารพอร์ตหนี้แบบ End-to-End เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ (Collection Efficiency) ลดต้นทุน และเสริมความสามารถในการทำกำไรในระยะยา

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรและสร้างการเติบโตในระยะยาว พร้อมประกาศแผนธุรกิจสู่ปี 2571 ตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิเติบโตสู่ระดับ 1,800 ล้านบาท จากระดับ 1,030 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างมีคุณภาพ ยกระดับและเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Transformation) สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง (Data-driven Organization) โดยวางโครงสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก คือ “Growth, Profitability & Efficiency และ Stability” พร้อมเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญ

กลยุทธ์หลักของ JMT คือ การนำ AI เข้ามายกระดับการดำเนินงานธุรกิจบริหารหนี้ตลอดทั้ง Value Chain ตั้งแต่การวิเคราะห์และคัดเลือกพอร์ตหนี้ การจัดกลุ่มลูกหนี้ ไปจนถึงการติดตามและบริหารทรัพย์สิน (NPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและลดต้นทุน โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรธุรกิจ AMC (Asset Management Company) จาก 68.4% เป็นมากกว่า 69.5% และลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (ก่อนตั้งสำรอง ECL) จาก 16.2% เหลือต่ำกว่า 15.5% ภายในปี 2571 ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงิน โดยกำหนดวงเงินซื้อพอร์ตหนี้เฉลี่ยไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี และรักษาอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้อยู่ต่ำกว่า 1 เท่า จากปัจจุบันที่ระดับ 0.36 เท่า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงินในระยะยาว

“ในภาพรวมอุตสาหกรรม ปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนทั้งความท้าทายและโอกาสในการเข้าถึงพอร์ตที่มีศักยภาพ JMT จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างมีวินัย ควบคู่กับการใช้ข้อมูล และเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว” นายสุทธิรักษ์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและ ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาระบบต่อต้านการทุจริต การกำกับดูแลการใช้ AI และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ทั้งนี้ JMT ดำเนินธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจติดตามเร่งรัดหนี้ ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การติดตามและจัดเก็บหนี้ ไปจนถึงกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อรองรับความต้องการของสถาบันการเงินและองค์กรธุรกิจอย่างครบวงจร

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon