วันพุธ 8 เมษายน 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

ASPS ชี้ตลาดรับข่าวดี “สหรัฐฯ-อิหร่าน” บรรลุข้อตกลงหยุดยิง กดน้ำมัน WTI ดิ่ง 16.6% ชูหุ้น De-escalation นำทีมฟื้นตัวรับต้นทุนพลังงานลด

28

มิติหุ้น –  จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่ามีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน ภายใต้ธีม “หวังสงบศึก จะสงบสุข” หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนที่เส้นตายการโจมตีครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดลงเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยข้อตกลงนี้มีเงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านต้องยอมเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งมีประเทศปากีสถานเป็นตัวกลางในการเจรจา การผ่อนคลายความตึงเครียดดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงอย่างรุนแรงทันที โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงถึง -16.6% ขณะเดียวกันก็เห็นสัญญาณเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับ 98.6 และหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 32.1 บาทต่อดอลลาร์ สถานการณ์นี้ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง และเป็นแรงหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้น โดยเฉพาะในแถบภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเตือนว่ายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการละเมิดข้อตกลงหรือครบกำหนด 2 สัปดาห์ อาจเกิดการยกระดับความตึงเครียดและกดดันให้ตลาดกลับมาผันผวนได้อีกครั้ง

เงินเฟ้อไทยติดลบ จับตารัฐกู้เงิน 1.5 แสนล้านอุ้มกองทุนน้ำมันฯ สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือน มี.ค. 69 ยังคงหดตัวต่อเนื่องที่ -0.08% YoY ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาสแรกติดลบที่ -0.54% แม้จะมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจกระโดดขึ้นในไตรมาสที่ 2 สู่ระดับ 3.67% – 5.78% แต่จากการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงเช้านี้หลังสงครามคลี่คลาย ทำให้คาดว่าเงินเฟ้อน่าจะอยู่ในกรอบล่างของคาดการณ์มากกว่า ประเด็นที่น่ากังวลคือ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ขอขยายเพดานกู้เงินของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 แสนล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี เพื่ออุ้มราคาพลังงานไม่ให้กระทบประชาชน การกู้เงินครั้งนี้จะทำให้ภาระหนี้สาธารณะของไทยที่ปัจจุบันสูงถึง 66.1% เข้าใกล้เพดาน 70% มากขึ้น ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยไม่เติบโตเลย (GDP 0%) รัฐบาลจะเหลือพื้นที่ในการกู้เงินเพิ่มได้อีกเพียง 7.46 แสนล้านบาทเท่านั้น การดึงกระสุนทางการคลังมาใช้ในส่วนนี้ อาจทำให้รัฐบาลขาดความยืดหยุ่นในการนำเม็ดเงินไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

กลยุทธ์การลงทุน: ช้อนซื้อหุ้น “De-escalation” หวังตลาดดีดตัวแรง จากสถิติที่ผ่านมา ตลาดมักตอบสนองเชิงบวกเมื่อสงครามคลี่คลาย โดยเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งในวันที่ 10 มี.ค. และ 23 มี.ค. ที่ทรัมป์ส่งสัญญาณยืดเยื้อหรือเลื่อนการโจมตี ราคาน้ำมันดิบ WTI ก็ปรับลดลงกว่า 10%

บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้ทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม DE-ESCALATION ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักที่ได้ประโยชน์ คือ:

  1. กลุ่มต้นทุนลด กำไรพุ่ง (Cost Reduction & Margin Expansion): ได้ประโยชน์จากต้นทุนก๊าซและน้ำมันที่ลดลง แนะนำ GULF, BGRIM, GPSC, BCPG, CBG, OSP, ICHI, SCC และ SCGP
  2. กลุ่มฟื้นตัวตามเศรษฐกิจและกำลังซื้อ (Demand & Activity Recovery): แนะนำ AAV, BA, THAI, MINT, CENTEL, ERW, BH, BDMS, TIDLOR และ MTC

โดยให้หุ้น GULF, ERW และ CBG เป็น Prime Picks ประจำวัน

(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำ Global Gems อย่าง BKNG80 และ DISNEY19 รวมถึงมีปัจจัยบวกในกลุ่มเทคโนโลยีโลก โดย Apple ทำรายได้จาก App Store ในเดือน มี.ค. แตะระดับ 7 พันล้านเหรียญเป็นครั้งแรก ขณะที่สมาร์ทโฟนแบรนด์ต่างชาติในจีนมียอดขายแข็งแกร่งจนส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 15% ด้าน Broadcom ได้ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ Google จนถึงปี 2031 ในการผลิตชิป AI (TPU) สำหรับตู้แร็ครุ่นถัดไป และยังทำข้อตกลงกับ Anthropic ด้วย)

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon