
มิติหุ้น – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น (TNI) และสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยสู่การเป็นองค์กรฐานนวัตกรรม (Innovation-Based Enterprise: IBE) อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมเปิดตัวโครงการ “Innovation Management Standard for Growth – เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการด้วยมาตรฐานการจัดการนวัตกรรม ISO 56001” เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยให้สามารถนำระบบนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนนวัตกรรมจากกิจกรรมในองค์กร สู่ระบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า NIA ให้ความสำคัญกับการเร่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เนื่องจากแต่ละองค์กรจำเป็นต้องมีระบบการจัดการนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ มีโครงสร้างชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้ โดยมาตรฐานกลุ่ม ISO 56000 ถือเป็นกรอบแนวทางสากลที่ครอบคลุมการจัดการนวัตกรรมในทุกมิติ ทั้งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ และกระบวนการดำเนินงาน โดยเฉพาะ ISO 56001 ซึ่งเป็นมาตรฐานข้อกำหนดระบบการจัดการนวัตกรรมที่สามารถใช้ เพื่อการรับรองได้อย่างเป็นทางการในระดับสากล นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับ “นวัตกรรม” จากเครื่องมือขององค์กรไปสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” ที่จะกำหนดอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงเกิดเป็นความร่วมมือในโครงการ “Innovation Management Standard for Growth – เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการด้วยมาตรฐานการจัดการนวัตกรรม ISO 56001” เพื่อมุ่งสร้างความรู้และความเข้าใจในการออกแบบและวางระบบการจัดการนวัตกรรมตามมาตรฐานสากลให้แก่ผู้ประกอบการไทย พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและประเมินความพร้อมในการนำระบบไปประยุกต์ใช้ในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาผู้ประกอบการต้นแบบด้านระบบ การจัดการนวัตกรรม พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการนวัตกรรมมาตรฐานสากล ในระดับประเทศ
“ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องรับมือความเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรม ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่คือการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านต้นทุนและข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานในปัจจุบัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งความร่วมมือระหว่าง NIA TNI และ MASCI ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ โดย NIA ทำหน้าที่สนับสนุนเชิงนโยบาย กลยุทธ์ และทิศทางการวางระบบการจัดการนวัตกรรม TNI สนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ขณะที่ MASCI สนับสนุนด้านมาตรฐาน การประเมิน และการเตรียมความพร้อมสู่การรับรองในระดับสากล เพื่อร่วมกันเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ทั้งนี้ NIA มุ่งหวังว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำระบบการจัดการนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีองค์กร และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกว่า 100 ราย และจะผลักดันให้องค์กร รวมถึงผู้ประกอบการที่เข้าร่วมให้สามารถยื่นขอรับรองมาตรฐาน ISO 56001 ได้สำเร็จไม่น้อยกว่าร้อยละ10 อันจะนำไปสู่ การพัฒนามาตรฐานองค์กรนวัตกรรมในไทยอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากล และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”
รองศาสตราจารย์รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น (TNI) กล่าวว่า สถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในรูปแบบญี่ปุ่น มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแนวคิดการบริหารจัดการแบบญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับระบบ กระบวนการ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของมาตรฐาน ISO 56001 โดย TNI พร้อมสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้ งานวิจัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับผู้ประกอบการไทยและเครือข่าย ให้สามารถนำมาตรฐานการจัดการนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ได้จริงและเกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม สำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านมาตรฐานในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งของประเทศไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่การเป็นองค์กรฐานนวัตกรรมในระดับสากลได้อย่างแท้จริง ท่ามกลางบริบทของเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนรุนแรง โดยมีนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการนวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบ จะมีความพร้อมในการปรับตัว เรียนรู้สิ่งใหม่ และสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ(MASCI) กล่าวว่า มาตรฐาน ISO 56001 ถือเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรสามารถวางระบบการจัดการนวัตกรรมได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การออกแบบกระบวนการ และระบบสนับสนุน ไปจนถึงการวัดผลและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างมีทิศทาง ลดความเสี่ยง และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล ในส่วนของ MASCI จะมุ่งเน้นการสนับสนุนองค์กรไทยใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน ISO 56001 การเตรียมความพร้อมองค์กรสู่กระบวนการประเมินและการรับรอง และการพัฒนากลไกสนับสนุนเพื่อให้การนำมาตรฐานไปใช้เกิดผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้จริง ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านจากการ “ทำโครงการนวัตกรรม” ไปสู่การมี “ระบบนวัตกรรม” ที่ขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบันในประเทศไทยมีองค์กรที่ได้รับมาตรฐาน ISO56001 ทั้งหมด 3 องค์กร ได้แก่ สำนักนวัตกรรม เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล การไฟฟ้านครหลวง สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่มีการวางระบบนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรสมรรถนะสูงได้ และ MASCI ในฐานะหน่วยงานด้านมาตรฐานของประเทศมองเห็นถึงโอกาสที่จะยกระดับองค์กรนวัตกรรมของไทยที่มีศักยภาพอยู่แล้วให้สามารถพัฒนาและบริหารจัดการนวัตกรรมได้ตามกรอบสากลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการ Innovation Management Standard for Growth ที่มุ่งเน้นการให้ความรู้แก่องค์กร และผู้ประกอบการที่สนใจเกี่ยวกับมาตรฐานนวัตกรรม พร้อมการวางโครงสร้างความร่วมมือที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบาย องค์ความรู้ และมาตรฐานสากล เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาองค์กรนวัตกรรมของประเทศไทย และยกระดับภาคธุรกิจไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน
สำหรับ “โครงการ Innovation Management Standard for Growth – เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการด้วยมาตรฐานการจัดการนวัตกรรม ISO 56001” นี้ ได้เปิดรับผู้ประกอบการธุรกิจฐานนวัตกรรม ผู้บริหาร หรือทีมงานผู้รับผิดชอบการขับเคลื่อนนวัตกรรมR&D และพัฒนาธุรกิจขององค์กร ตลอดจนผู้ที่สนใจระบบการจัดการนวัตกรรมจากภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ โดยเริ่มจัดกิจกรรม “Step 1: Awareness” ที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ก่อนจะขยายการจัดกิจกรรมไปยัง “Step 2: Capability Building” ในเดือนพฤษภาคม 2569
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon























