วันอาทิตย์ 12 เมษายน 2026
หน้าแรก ปักหมุด

WASH หุ้นน่าผิดหวัง ราคาแพงเสี่ยงต้นทุนพุ่ง

207


มิติหุ้น -ย้อนไปปลายปี 2568 บรรดาหุ้นไอพีโอต่างชะลอตบเท้าเข้าตลาดหุ้นไทย ด้วยบรรยากาศและภาวะการซื้อขายที่บางเบาทำให้ตลาดหุ้นไม่เป็นใจ หากแต่มีอีกหลายบริษัทที่เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีว่ามั่นใจกับโมเดลธุรกิจจะสามาถซื้อใจและสร้างความสนใจให้นักลงได้ แต่ราคาหุ้นที่ไม่พ้นราคาจองมักจะสะท้อนความจริงว่า “ธุรกิจมีปัญหาซ่อนอยู่”

WASH หุ้นไม่พ้นจออง

บมจ.ลอนดรี้ ยู หรือ WASH เป็นหุ้นที่เผชิญปัญหาด้านราคาหุ้นที่ไม่สามารถพ้นราคาจองได้ซักที แม้จะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น MAI มาตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. 2568 ด้วยราคาหุ้น 7.5 บาทจำนวน 105 ล้านหุ้น กลับทำราคาวันแรกร่วงหนักเกือบ 29 % และยังไปทำราคาต่ำสุดแตะ 4.10 บาท เดือนธ.ค. และปิดปี 2568 ที่ 4.44 บาท เท่ากับนักลงทุนจองซื้อหุ้นไอพีโอและถืออยู่ขาดทุนไปแล้ว 23 % และยังไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่า “เหนือจองได้ซักที”

รายใหม่เกิดขึ้นทุกวัน

การแข่งขันธุรกิจลอนดรี้อยู่ในตลาด Red ocean ที่มีมูลค่าตลาดสูงระดับหมื่นล้านบาท ซึ่งแข่งขันด้วยทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งชุมชนใกล้ที่ไหนใช้บริการที่นั้นทำให้มีโปรโมชั่นและราคามาจูงใจไม่ได้เน้นที่แบรนด์เป็นอันดับแรก จึงทำให้จุดนี้กลายเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงเพราะใครมีทำเลดีสามารถเปิดธุรกิจเพราะหวังเป็นรายได้แบบเสือนอนกิน ยิ่งมีระบบแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักหลากหลายแบรนด์ให้เลือก เช่น Wash Enjoy Thai จากสวีเดน – IMAGE WASH เปิดมา 40 – Browny 24Hr Wash & Dry ชูมาตรฐานจากอิตาลี เป็นต้น ทำให้แข่งขันดุเดือดขึ้น

หุ้น WASH ทุ่มแข่งขันแลกต้นทุนสูง

โมเดลธุรกิจ WASH จึงหันมาบริหารจัดการเอง (Owned Store) เพื่อเกิดความแตกต่างจาก คู่แข่งแต่ต้องแลกมากับการลงทุนก้อนใหญ่ที่จะได้ผลตอบแทนกลับมาไม่ได้ในทันทีและมีโอกาสที่จะเพิ่มหนี้ในอนาคตได้

จากการเข้าระดมทุนในตลาด MAI ได้เงินทุนก้อนใหญ่เกือบ 400 ล้านบาทและใช้เงิน 70 % เร่งเปิดสาขา จึงทำให้แผนปี 2569 WASH มีแผนขยายสาขาใหม่อีก 100 สาขาด้วยงบลงทุนประมาณ 350 ล้านบาท และอีกประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อใช้ปรับปรุงสาขาเดิม ส่วนหนึ่งและอีกส่วนใช้เพื่อเพิ่มรูปแบบร้านที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศอีก 100 สาขา เพื่อบรรลุเป้าหมายรักษาความเป็นผู้นำตลาด

หุ้นแพงมาก่อนของจริง

เมื่อวัดมูลค่าหุ้น 7.50 บาท ในการเคาะราคาไอพีโอจึงเป็นราคาแพงระยับเมื่อเทียบกับผลงานจริง แม้จะการันตรีด้วยตัวเลขปี 2568 กำไร 126 ล้านบาท SSSG โต 9.64% แต่ราคาหุ้นต้องสะท้อนอนาคตและเผื่อความเสี่ยงที่เหนือคาดการณ์ให้นักลงทุน ซึ่งราคาหุ้นที่ยังต่ำจองบ่งบอกได้ดีว่าไม่มีจุดนี้ และยิ่งต้อง “เร่งลงทุนอย่างหนัก” อาจจะต้องรับรู้บางสาขาที่ไม่ทำกำไรหรือล่าช้ากว่าเดิมได้จึงไม่แปลกใจที่ “ราคาหุ้นไม่เกินราคาจองได้ซักที” เพราะ “เน้นสร้างความผิดหวัง”ให้นักลงทุนนั้นเอง

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon